หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทนำ : อนาคตข...

บทนำ : อนาคตของ‘ปฏิรูป’

18.05.18 | 13:19 น.

ใกล้ครบ 4 ปีของรัฐประหาร มีคำถามถึงการปฏิรูปว่า สำเร็จมากน้อยแค่ไหน ขณะที่พรรคการเมืองและนักวิชาการ เห็นว่า การปฏิรูปที่แท้จริงยังไม่เกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้น คือการออกกฎหมาย เพื่อกำหนดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองเท่านั้นเอง ในเรื่องเดียวกันนี้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้กล่าวว่า แผนปฏิรูปประเทศเพิ่งประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 เมษายน รวมเวลาเพียง 1 เดือน 10 วัน จะเอาอะไรกันนักกันหนา หลังจากนี้ผู้ปฏิบัติก็ต้องเป็นข้าราชการ เพราะเขามีคน มีงบประมาณ มีอำนาจ แต่ถ้าปล่อยไว้แค่นี้
รับรองได้ว่าเขาไม่ทำอะไรทั้งนั้น จึงให้คณะกรรมการปฏิรูป 11 คณะ คณะละ 15 คนต้องอยู่ต่อ รวมเวลา 5 ปี ตอนนี้อยู่มาแล้ว 1 ปี เพื่อตรวจสอบดูแลว่าส่วนราชการต่างๆ ได้ทำตามแผนที่วางไว้หรือไม่ และยังมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานคอยกำกับอีกชั้นหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2560 ได้ทักท้วงเรื่องการปฏิรูป และกล่าวถึงคณะกรรมการปฏิรูปว่า อาจมีปัญหาในอนาคต ถ้ารัฐบาลหลังเลือกตั้ง มีนายกฯชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกก็จบ แต่ถ้านายกฯ
เป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คงดูไม่จืด เพราะนายกฯเป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ประธานสภาเป็นรอง ซึ่งต้องเป็นพวกเดียวกับนายกฯ เป็นเสียงข้างมากฝั่งรัฐบาล ส่วนประธานวุฒิฯจะเป็นใครไม่ได้นอกจากคนของ คสช. มีกรรมการยุทธศาสตร์ชาติโดยตำแหน่ง และแต่งตั้ง โดย พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนั้น

คำกล่าวของนายบวรศักดิ์ ชี้ให้เห็นว่า หลังเลือกตั้ง ประเทศไทยคงหนีไม่พ้นจากวังวนของความขัดแย้ง โดยเฉพาะถ้ารัฐบาลใหม่เป็นคนละกลุ่ม ก็ย่อมอ้างความชอบธรรมจากประชาชนที่เลือกเข้ามา แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือแม้กระทั่งยกเลิกแผนงานต่างๆ ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยรัฐบาลเดิมได้ ปัญหาเหล่านี้ จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และไม่น่าจะส่งผลดีต่อการก้าวเดินไปข้างหน้าของประเทศ น่าคิดอย่างยิ่งว่า ผู้ยกร่างกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ เหล่านี้ เล็งเห็นปัญหาเหล่านี้หรือไม่ หรือคิดอยู่มุมเดียวว่า นายกฯคนต่อไปจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม