หน้าแรก คอลัมนิสต์ การเมืองเรื่อ...

การเมืองเรื่องสนุกในสหรัฐอเมริกา : โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

23.05.18 | 13:09 น.
โดนัลด์ ทรัมป์กับสตอร์มมี แดเนียลส์ที่สนามกอล์ฟเลคทาโฮ

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังถูกสืบสวนและสอบสวนโดยเอฟบีไอ. เรื่องว่าเขามีความเกี่ยวพันกับการรับความช่วยเหลือของรัสเซียในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งปรากฏว่าคนใกล้ชิดหลายคนของประธานาธิบดีทรัมป์ได้ถูกพิสูจน์ว่ามีส่วนพัวพันกับความช่วยเหลือของรัสเซียในการช่วยการเลือกตั้งของทรัมป์จริงอาทิ พลโทไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นผลให้บุคคลเหล่านั้นต้องลาออกหรือถูกปลดออกจากตำแหน่งจากรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์

รวมทั้งลูกเขยของประธานาธิบดีทรัมป์ นายจาเร็ด คุชเนอร์ ได้รับสารภาพแล้วว่าได้ติดต่อเจรจากับเจ้าหน้าที่และเอกชนทางฝ่ายรัสเซียจริง แต่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้งจากรัสเซีย เพียงแต่เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งของทรัมป์เท่านั้น ซึ่งทางเอฟบีไอ.ยังคงสืบสวนและสอบสวนกระชับวงเข้ามาใกล้ตัวประธานาธิบดีทุกที

อีทีนี้ในวันที่ 13 มกราคมปีนี้เอง สื่อต่างประเทศได้ลงข่าวว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์แบบลับๆ กับนางสาวสเตฟานี คลิฟฟอร์ด หรือในวงการรู้จักกันในชื่อ “สตอร์มมี แดเนียลส์” ดาราหนังผู้ใหญ่ที่ไม่ใช่หนังโป๊ประเภทวับๆ แวมๆ นะครับ หากเป็นการร่วมเพศกันอย่างโจ๋งครึ่มเลยทีเดียว แบบเดียวกับที่เรียกในเมืองไทยว่าหนังลามกนั่นแหละ แต่ที่สหรัฐอเมริกานั้นถูกกฎหมายเปิดฉายตามโรงหนังได้เป็นปกติ หลังจากที่ทรัมป์ได้แต่งงานกับนางเมลาเนีย ผู้ที่เป็นสตรีหมายเลข 1 ซึ่งเป็นภรรยาคนที่สามได้เพียง 1 ปี

ตามรายงานยังระบุว่า ทนายความของทรัมป์ ได้จ่ายเงินให้กับสตอร์มมี แดเนียลส์ เป็นจำนวนเงินไทยกว่า 4 ล้านบาท ปิดปากเธอถึงเรื่องลับๆ ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของทรัมป์ ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อ พ.ศ.2559 เนื่องจากในวงการเมืองสหรัฐอเมริกาถือเป็นอย่างมากเรื่องแต่งงานแล้วนอกใจภรรยาเพราะผู้ไปลงคะแนนเสียงอเมริกันมีกว่าครึ่งหนึ่งเป็นสตรี แต่ทางทำเนียบขาวได้ปฏิเสธถึงข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยโฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องเก่าที่นำกลับมาพูดอีกครั้ง ซึ่งได้รับการตีพิมพ์และถูกปฏิเสธอย่างมากก่อนการเลือกตั้ง

ไมเคิล โคเฮนทนายความส่วนตัวของทรัมป์

ขณะที่นายไมเคิล โคเฮน ทนายความผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นนายหน้าจัดทำข้อตกลงกับดาราหนังผู้ใหญ่ ยังปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจ่ายเงิน โดยโคเฮนกล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างเด็ดขาด

Advertisement

เช่นเดียวกับ สตอร์มมี แดเนียลส์ ในวัย 38 ปี ออกมาเปิดเผยว่า ข่าวลือที่ตนได้รับเงินค่าปิดปากจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเท็จอย่างสิ้นเชิง แต่เธออ้างว่าได้พบกับประธานาธิบดีในเดือนกรกฎาคม เมื่อ พ.ศ.2549 ในการแข่งขันกอล์ฟ ที่เลคทาโฮ แคลิฟอร์เนีย

คราวนี้ก็เป็นเรื่องซีครับ เนื่องจากสื่อของสหรัฐรายงานว่า การจ่ายเงินให้แก่สตอร์มมี แดเนียลส์ เกิดในช่วง 1 เดือนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2559 เพื่อเป็นค่าปิดปากเธอ ปัญหาก็คือทนายโคเฮนเอาเงินจากไหนมาจ่ายเป็นค่าปิดปากหากเป็นเงินจากการบริจาคของประชาชนเข้ากองทุนหาเสียงก็เป็นการผิดกฎหมาย หรือหากเป็นเงินช่วยเหลือจากรัสเซียก็เรื่องใหญ่ถึงขนาดปลดทรัมป์ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีได้ง่ายๆ ทีเดียว

สตอร์มมี แดเนียลส์

มิหนำซ้ำสตอร์มมี แดเนียลส์ ยังออกมาโวยวายว่าเธอถูกติดตามและข่มขู่ไม่ให้เปิดปากพูดถึงสัมพันธ์สวาทกับทรัมป์อย่างเด็ดขาด เธอจึงออกมาเปิดเผยต่อสื่อเป็นการใหญ่โดยอ้างว่าเพื่อความปลอดภัยของเธอและครอบครัว จนกระทั่งในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 ว่า ไมเคิล โคเฮน ทนายความที่ทำงานให้ทรัมป์มายาวนาน เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์เมื่อวันอังคารว่า เขาจ่ายเงินให้กับสตอร์มี แดเนียลส์ เป็นเงิน 130,000 ดอลลาร์ หรือราว 4 ล้านกว่าบาทจริง แต่เขาอ้างว่าได้ใช้เงินส่วนตัวของเขาจ่ายให้สตรีนางนี้เป็นเรื่องถูกกฎหมาย โดยทนายโคเฮนไม่ยอมบอกเหตุผลว่า ทำไมเขาจึงต้องจ่ายเงินให้เธอ? และในตอนนั้นทรัมป์รับรู้เรื่องการจ่ายเงินหรือไม่?

เขาบอกเพียงว่า ทั้งบริษัท เดอะทรัมป์ออร์แกไนเซชั่น และคณะทำงานหาเสียงของทรัมป์ ไม่ได้เป็นผู้ติดต่อกับสตอร์มมี แดเนียลส์ หรือจ่ายเงินคืนเขา ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม

ในที่สุดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมนี้เอง ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมายอมรับว่าทนายโคเฮนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลายอย่างในนามของทรัมป์ใน พ.ศ.2559 เป็นเงินระหว่าง 100,001-250,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อโคเฮน
ขอให้ทรัมป์จ่ายเงินคืนค่าใช้จ่ายดังกล่าว และทรัมป์ก็ได้จ่ายคืนเงินทั้งหมดให้กับโคเฮนใน พ.ศ.2560 ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาพูดว่าข่าวสัมพันธ์สวาทระหว่างเขากับสตอร์มมี แดเนียลส์ เป็นข่าวปลอม

สนุกดีครับเมื่อครั้งอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน เมื่อ พ.ศ.2541 ถูกรัฐสภาสหรัฐฟ้องร้องเพื่อปลดออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเนื่องจากมีเซ็กซ์แบบโอษฐ์กาม (oral sex) ไม่ใช่ร่วมเพศจริงๆ ด้วยซ้ำไป แต่ปัจจุบันนี้ก็ศตวรรษที่ 21 แล้ว เรื่องนอกใจภรรยานั้นในวงการเมืองสหรัฐอเมริกาไม่ทราบว่าอ่อนกระแสลงไปแล้วหรือยัง เนื่องเพราะพวกนักการเมืองที่ประณามอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน แบบสาดเสียเทเสียเรื่องนอกใจภริยา ทั้งเป็นตัวตั้งตัวตีในการฟ้องร้องเพื่อปลดออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีร่วม 10 คน ล้วนแล้วแต่เสียคนเรื่องนอกใจภรรยาจนถึงต้องหย่าร้างและลาออกจากตำแหน่งไปเองทุกคน

นักการเมืองไทยไม่เห็นค่อยมีปัญหาเรื่องนอกใจภรรยากันสักคนเลยนะครับ ?