หน้าแรก คอลัมนิสต์ เดินหน้าชน : ...

เดินหน้าชน : ต้องหาจุด‘โฟกัส’ : โดย สัญญา รัตนสร้อย

23.05.18 | 13:29 น.

เป็นธรรมเนียมปกติในช่วงทุกหนึ่งปีของการบริหารประเทศ ก็มักถูกประเมินผลงานอย่างไม่เป็นทางการ

ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง หรือมาโดยอาศัยสถานการณ์พิเศษ ล้วนไม่ถูกยกเว้น

ครั้งนี้ก็เช่นกัน คสช.ถูกตรวจการบ้านครบรอบ 4 ปี

ทั้งสื่อมวลชน ฝ่ายการเมือง นักวิชาการ โพลของแต่ละสำนัก ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่นี้

เห็นเหมือนหรือเห็นต่าง ให้คะแนนอย่างไร จึงขึ้นกับแต่ละมุมมอง

Advertisement

แต่อย่างน้อยผู้บริหารประเทศควรได้สดับรับฟัง เรื่องไหนดีมีประโยชน์ก็นำมาต่อยอด

อะไรเป็นช่องโหว่ก็นำมาปรับปรุง

ตรวจการบ้านรอบนี้ นอกเหนือจากการบริหารราชการปกติเป็นงานต้องขับเคลื่อนกันอยู่แล้ว

ยังพุ่งเป้าไปที่ความคืบหน้างานปฏิรูปประเทศที่รัฐบาล คสช. หมายมั่นปั้นมือจะปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของประเทศ

แต่ดูเหมือนไปเติมอารมณ์หงุดหงิดเล็กๆ ให้กับนายกฯประยุทธ์ ถูกกระแซะผลการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ขับเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า

เพราะไม่เพียงยืนเดียวดายต้านแรงเสียดทานภายนอก ประสานเสียงยกให้เป็นจำเลยปรากฏการณ์ “พลังดูด”

มาเจอกับแผลสด ถูกแทงใจดำจากคนกันเอง อย่าง บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมาย อ่อนอกอ่อนใจผ่านสื่อวันก่อน

หัวใจของการปฏิรูปด้านกฎหมาย มี 3 องค์ประกอบหลัก

หนึ่ง ต้องมีกฎหมายที่ดี

หนึ่ง มีกฎหมายเท่าที่จำเป็น

หนึ่ง ลดกฎหมายที่ล้าหลังเป็นภาระต่อประชาชน

เอาเข้าจริงแค่เรื่องพื้นๆ เข้าไปโละล้างกฎหมายล้าสมัย

ไม่สามารถบังคับใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ แถมมีอยู่มากมายก่ายกอง

ยังเข้าไปแตะต้องไม่ได้

เพราะหน่วยราชการเจ้าของกฎหมายท่านไม่ยอม

หรือคำถาม ประเทศไทยมีกฎหมายกี่ฉบับ จะได้บวกลบคูณหารลดลงให้มีเท่าที่จำเป็น ลำพังข้อมูลตรงนี้ก็ยังไม่มี

คงไม่ต้องถามถึงภาพรวมปฏิรูปอีก 10 ด้าน ขยับขับเคลื่อนรูปธรรมไปถึงไหนอย่างไร

ทั้งหมดอยู่ในขั้นวางแผนมาตลอด 4 ปีของรัฐบาล คสช. นับจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ส่งไม้ต่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มาถึงคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน

ขณะนี้กำลังลงไปให้ส่วนราชการทำแผน (อีกแล้ว) กลับขึ้นมา

นายกฯประยุทธ์จะยืนยันความก้าวหน้า ยกตัวอย่างเรื่องยกระดับความเป็นอยู่พี่น้องชาวนาชาวไร่ คนยากจน ด้วยโครงการไทยนิยม

สวัสดิการผู้มีรายได้น้อย มีกองทุนหมู่บ้านสร้างงานส่งเสริมอาชีพ

ถึงอย่างนั้นก็เสมือนเป็นมุมมองจากต้นทาง แต่ปลายน้ำให้ผลลัพธ์ตามคาดหวังไว้หรือไม่ และคุ้มค่าจริงหรือ

ทุกวันนี้เรายังเห็นกลุ่มชาวบ้านออกมาเรียกร้องที่ดินทำกิน ปัญหาผลผลิตการเกษตรตกต่ำอยู่หรือไม่

จิ้งจกตุ๊กแกเคยทักท้วงตั้งแต่เริ่ม “ตั้งไข่” งานปฏิรูปประเทศ ฐานะรัฐบาลในสถานการณ์พิเศษทุ่มเทลงแรงในเรื่องหลัก จำเป็นเร่งด่วน 3-4 เรื่อง ก็น่าจะเพียงพอ

รักษาความสงบเรียบร้อย ปูพื้นไปสู่เลือกตั้ง ประคับประคองราคาผลผลิตการเกษตร ดูแลปากท้องชาวบ้านที่รายได้ไม่พอกับรายจ่าย วางกลไกป้องปรามทุจริตภาครัฐ

หรืออย่างน้อยกฎหมายที่พยายามผลักดันมาหลายรัฐบาล ผ่านเวลามานับสิบปี มีเป้าหมายสร้างความเป็นธรรม ลดเหลื่อมล้ำ เช่น ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เชื่อกันว่าด้วยอำนาจพิเศษของ คสช. กฎหมายฉบับนี้จะแจ้งเกิดได้เสียที

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ผ่านมาหนึ่งปีเศษ ต่ออายุพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการมาแล้ว 6 ครั้ง จึงยังขลุกขลักอยู่ใน สนช.

ระหว่าง “ปูพรม” หว่านไปทุกด้าน แทนลงมือในประเด็นเน้นๆ ที่สำคัญ

สุดท้ายหาจุด “โฟกัส” ไม่เจอซักด้าน