หน้าแรก คอลัมนิสต์ แนวร่วมฝ่ายค้...

แนวร่วมฝ่ายค้าน

24.05.18 | 13:00 น.

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เล่นไม้แข็งเห็นชอบให้ฝ่ายกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีกับ 8 แกนนำพรรคเพื่อไทย ฐานขัดคำสั่งห้ามมั่วสุมชุมนุมเกิน 5 คน ในโอกาสเปิดการแถลงข่าวชำแหละผลงาน คสช.ครบรอบ 4 ปี วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือผิดพลาดครั้งสำคัญอีกไม่นานเกินรอก็จะรู้กัน

ถึงแม้จะเป็นการใช้มาตรการทางกฎหมายเล่นงานก็ตาม แต่นั่นก็คือการใช้ยุทธวิธีทางการทหารเพื่อแก้ปัญหามากกว่ายุทธวิธีทางการเมือง ด้วยการตอบโต้ข้อกล่าวหาทั้งหลายทั้งปวงที่ว่า 4 ปีที่ผ่านมา คสช.ล้มเหลวรวม 7 ประเด็นไม่เป็นความจริง เพื่อให้ประชาชนคนกลางเป็นผู้ตัดสินว่าควรจะเชื่อคำแถลงของฝ่ายใดมากกว่ากัน แล้วไปตัดสินกันอีกครั้งในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น

การใช้ยุทธวิธีทางการทหารครั้งนี้ คสช.ไม่ได้เพียงแต่เพื่อสกัดกั้นพรรคเพื่อไทยกลุ่มเดียวเท่านั้น แต่หวังผลเพื่อป้องปรามกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่ประกาศตัวชัดเจนจะชุมนุมทวงการเลือกตั้งวันที่ 22 พฤษภาคม และเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลในวันเดียวกัน

แม้ คสช.จะประเมินสถานการณ์แล้วว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มอยากเลือกตั้งคงจุดกระแสให้เกิดการชุมนุมยืดเยื้อบานปลายต่อไปไม่ขึ้น การใช้ไม้แข็งจัดการกับกลุ่มพลังฝั่งตรงข้าม มีแต่จะสะสมความขัดแย้งให้เพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้นต่อไปเรื่อยๆ จนรอถึงวันระเบิดขึ้นมารูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง รวมถึงผลการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น เมื่อไหร่ยังไม่แน่นอนอีกด้วย

ขณะที่บรรยากาศทางการเมืองเริ่มเปลี่ยนแปลงเพราะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งที่ต้องการความเปิดกว้าง เสรีภาพการแสดงออกของทุกฝ่าย แต่กลับใช้วิธีการปิดกั้นขัดขวาง ใช้กฎหมายลูกมากดทับรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายแม่อย่างต่อเนื่่อง ยิ่งจะเป็นการทำลายคะแนนนิยมของตัวเองให้ลดลงตามลำดับ

Advertisement

นอกจากข้อกล่าวหาที่ถูกวิพากษ์จารณ์มาโดยตลอดว่า ลักลั่น ไม่เป็นธรรม ปฏิบัติสองมาตรฐาน กับฝ่ายตรงข้ามเข้มงวด แต่พวกตนกลับผ่อนปรน เรียกร้องการลดราวาศอกแล้ว จะส่งผลกระทบต่อไปถึงคะแนนเสียงของพรรคนอมินีที่กำลังเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคักเพื่อให้มีการสืบทอดอำนาจหรือสืบต่องานก็ตามอย่างแน่นอน

การปฏิบัติสองมาตรฐานที่กำลังจะเกิดขึ้นและถูกเปรียบเทียบกับการแถลงข่าวของพรรค
เพื่อไทย และการเคลื่อนไหวของกลุ่มคัดค้าน คสช.ก็คือ การเตรียมการแถลงผลงานครบรอบ 4 ปี ของคสช.ในเดือนมิถุนายนนี้ ที่จะมีการสั่งการ มอบหมายให้ผู้คน ข้าราชการ ผู้สนับสนุนมาร่วมเวทีรับฟัง จะเข้าข่ายการมั่วสุมชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ตามประกาศ คสช.เช่นเดียวกันหรือไม่

หากไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นย่อมแสดงว่า ฝ่ายอื่นปฏิบัติไม่ได้ แต่ฝ่ายกุมอำนาจรัฐสามารถทำได้ทุกอย่างไม่ผิดกฎหมาย เพราะความเป็นรัฐ ถืออำนาจ รัฏฐาธิปัตย์ ทำอะไรก็ไม่ผิด

สถานการณ์ที่กำลังดำเนินไปจึงน่าติดตาม หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริงตามคำสัญญา กุมภา 2562 ผลจะปรากฏออกมาเป็นเช่นไร ขณะที่มีตัวแปรใหม่เพิ่มขึ้น คือพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ วัยดิจิทัล กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่หลังอายุครบ 18 ปีเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

กลุ่มคนใหม่ๆ เหล่านี้ มีทางเลือกมากขึ้น ไม่เพียงแค่พรรค 3 เส้า เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ นอมินี คสช. แต่ยังมีพรรคเล็กพรรคน้อยอีกกลุ่มหนึ่งที่ประกาศอุดมการณ์ แนวทางนโยบายการดำเนินงานที่ก้าวหน้า สมสมัยชัดเจนเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

โมเดลทางการเมืองที่ คสช.หวังว่า คะแนนเสียงของพรรคนอมินีเมื่อรวมกับวุฒิสมาชิกที่ตั้งมากับมือ จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ จึงยังไม่มีความแน่นอน จนกว่าผลการเลือกตั้งจะปรากฏออกมา

แม้กระนั้นก็ตามโครงสร้างการรวมตัวของพรรคการเมืองที่พอมองเห็นแล้วว่าหาก คสช.ส่ง พล.อ.ประยุทธ์ถึงฝั่งได้สำเร็จ แต่ก็ใช่ว่าจะมีเสถียรภาพทางการบริหารราบรื่นต่อไปได้ยาวนาน เพราะมองไปยังฝั่งตรงข้ามแล้วโอกาสที่จะเกิดการประสานจนกลายเป็นแนวร่วมฝ่ายค้านทำนองเดียวกันกับมาเลเซียโมเดล เป็นภาพทางการเมืองที่น่าสนใจทีเดียวว่าจะเกิดขึ้นในเมืองไทย หลังการเลือกตั้งหรือก่อนการเลือกตั้ง หาก คสช.ยังใช้วิธีการเล่นงานฝ่ายตรงข้ามด้วยความได้เปรียบของตน ผลักมิตรให้เป็นศัตรูมากขึ้นต่อไปเรื่อยๆ เช่นนี้

และแม้ว่าโฆษก คสช.ออกมาบอกว่า หลังการเลือกตั้งหากสถานการณ์สงบเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย รุนแรงเกิดขึ้น คสช.ก็จะหมดบทบาทหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย ทหารก็กลับเข้ากรมกอง เป็นคำแถลงที่สวยหรูน่ารับฟัง

แต่ในความเป็นจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ในเมื่อรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ให้ 6 ผู้คุมกำลังสำคัญคือ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สิทธิพิเศษ 5 ปี ให้เป็นวุฒิสมาชิกโดยตำแหน่ง

เจตนารมณ์ที่เคยพูดไว้ว่าเพื่อป้องกันการปฏิวัติ รัฐประหาร จะป้องกันได้จริงหรือไม่ก็ตาม คำแถลงที่ว่ากองทัพจะกลับเข้ากรมกอง จึงเป็นคำปลอบใจ เพื่อให้ภาพลักษณ์ดีขึ้นบ้าง เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง