ท่านรองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ได้กล่าวเปิดงานแสดงสินค้าและอาหารเครื่องดื่มระดับโลก (THAIFEX World of Food Asia 2018) ที่เมืองทองธานี เมื่อวันอังคารที่ 29 พ.ค. 2561 โดยสรุปว่า รัฐบาลจะขับเคลื่อนแผนยกระดับครัวไทยสู่ครัวโลกครบวงจรให้เป็นนโยบายแห่งชาติ เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารถือว่ามีความสำคัญที่สุด เพราะเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก คือ ภาคเกษตรกรรม ซึ่งมีประชากรอยู่ห่วงโซ่ทั้งหมดในกลุ่มสินค้าเกษตรถึง 20-30 ล้านคน หากอุตสาหกรรมอาหารขยายตัว ก็จะมีผลต่อสินค้าเกษตรมาก เพราะอุตสาหกรรมอาหาร 80% ใช้วัตถุดิบการผลิตภายในประเทศ ซึ่ง 85% ใช้วัตถุดิบการเกษตร
ขณะที่ปัจจุบันไทยผลิตสินค้าอาหารเพื่อการส่งออกเพียง 30% และป้อนตลาดภายในประเทศ 70% สำหรับการส่งออกอุตสาหกรรมอาหารไทยไปทั่วโลกกว่า 1 ล้านล้านบาท หรือเติบโต 6% ซึ่งไทยมีส่วนแบ่ง 2.3% ในตลาดโลก หรือเป็นอันดับที่ 15 ของการส่งออก
ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำถึง “ยุทธศาสตร์อาหารไทย สู่เศรษฐกิจดิจิทัล” คือ (1) สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าแปรรูป สินค้าเกษตร (2) เร่งลงทุนเทคโนโลยี ผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่ คุณภาพ มาตรฐาน (3) การสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งห่วงโซ่อาหาร แพคเกจจิ้งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า (4) เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (5) สร้างแบรนด์ไทย สนับสนุนสตาร์ตอัพรุ่นใหม่ ดันครัวไทยสู่ครัวโลก และ (6) ธุรกิจอาหารต้องสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ
นอกจากนี้ ท่านยังได้มอบหมายให้กระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “ห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมอาหาร” ร่วมกันจัดทำแผนเชื่อมโยงอุตสาหกรรมอาหาร สินค้าเกษตรและการท่องเที่ยว
เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล โดยยุทธศาสตร์จะใช้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไปท่องเที่ยวตามชุมชนต่าง ๆ เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ช่วยบอกปากต่อปากว่า แต่ละแหล่งมีอะไรดี ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนา สุดท้ายจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ กระทรวงพาณิชย์และหอการค้าไทย ร่วมกันผลักดันโครงการครัวไทยสู่ครัวโลกให้ครบวงจรมากขึ้น ทั้งเรื่องของคุณภาพอาหารและสินค้าเกษตร เชฟ ระบบอีคอมเมิร์ซ เทคโนโลยี นวัตกรรม และกลุ่มสตาร์ตอัพที่จะช่วยกันผลิตอาหารให้มีความแปลกใหม่ที่จะดึงดูดผู้บริโภค รวมทั้งจะให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ส่งเสริมให้เปิดร้านอาหารของไทยในต่างประเทศง่ายขึ้นด้วย
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ต้องการยืนยันว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารของเรายังมีศักยภาพสูงและมีโอกาสเติบโตมาก เพียงแต่ขาดความเชื่อมโยงบูรณาการกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตอบโจทย์เดียวกัน และทำกันเป็น Supply Chain หรือ Value Chain ที่ครบวงจรจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยด้านอาหาร ที่จะทำให้เรามีโอกาสเป็นที่หนึ่งของโลกได้
ถ้ามีโอกาส ต้องเห็นกับตาที่งาน THAIFEX ครับผม !

