หน้าแรก คอลัมนิสต์ การเกษตรและอุ...

การเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร วาระแห่งชาติ : รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์

5.06.18 | 12:00 น.

เป็นเรื่องที่น่ายินดี เมื่อได้รับทราบข่าวที่รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในโอกาสเป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้าอาหาร 2561 เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2561 ว่าอุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของไทย เพราะเชื่อมโยงจากเกษตรและเศรษฐกิจฐานราก มีนัยสำคัญต่อรายได้เกษตรกรและภาคเศรษฐกิจโดยรวม รัฐบาลเห็นความสำคัญและจะขับเคลื่อนเป็นวาระแห่งชาติ โดยจะเพิ่มผลผลิต ประสิทธิผล ประสิทธิภาพ และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาสินค้าให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค และเน้นให้มีความสอดคล้องในแนวทางเดียวกัน ทั้งด้านอาหารและการท่องเที่ยว
วาระแห่งชาติถือเป็นนโยบายที่สำคัญมาก ผลสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนการติดตามการปฏิบัติงานตามระยะเวลาที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด รวมถึงอุปสรรคสำคัญที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันต้องได้รับการแก้ไขอย่างรีบด่วน ซึ่งก็คือความเหลื่อมล้ำในด้านต่างๆ
ชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีความแตกต่างมากกับผู้ประกอบอาชีพอื่น โดยมักจะมีอุปสรรคด้านดินฟ้าอากาศ ตลอดจนราคาผลิตผลเกษตรที่ตกต่ำเนื่องจากสาเหตุต่างๆ ทำให้มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ตกอยู่ในภาวะที่อาจจะกล่าวได้ว่าขัดสนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ปกครองและเยาวชนไม่สนใจที่จะศึกษาด้านการเกษตรเท่าที่ควร ทั้งที่ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นสายสามัญ ระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยต่างๆ ตลอดจนสายวิชาชีพทั้งระดับประกาศนียบัตร (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)

ในมหาวิทยาลัยอาจจะยังมีจำนวนผู้เรียนในสาขาเกษตรครบตามจำนวนที่ต้องการรับ แต่ความตั้งใจที่จะเรียนในสาขานี้มีน้อย เมื่อมีโอกาสก็จะเปลี่ยนไปศึกษาในสาขาวิชาอื่น
ส่วนในด้านอาชีวศึกษา มีนักศึกษาด้านการเกษตรน้อยมากเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการ
นอกจากผู้เรียนแล้ว ผู้สอนซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในเรื่องของการศึกษา ก็ยังมีความแตกต่างอย่างมาก ระหว่างสายสามัญและสายวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของจำนวนและสถานภาพ ในมหาวิทยาลัยส่วนมากมีจำนวนอาจารย์เป็นไปตามสัดส่วนที่กำหนด และมีสถานภาพเป็นข้าราชการหรือพนักงานมหาวิทยาลัย แต่ในวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่างๆ มีจำนวนอาจารย์น้อยกว่าที่ควรจะเป็นตามสัดส่วนนักศึกษา : อาจารย์ นอกจากนั้นที่น่าตกใจมากคือ อาจารย์ส่วนหนึ่งมีสถานภาพเป็นลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งส่งผลเป็นอย่างมากต่อคุณภาพของผู้ที่จบการศึกษา

สำหรับในสาขาอุตสาหกรรมอาหาร (หรืออุตสาหกรรมเกษตร) ถือได้ว่ามีปัญหาน้อยกว่า เพราะเป็นสาขายอดนิยมสาขาหนึ่ง ผลงานทางวิชาการมีจำนวนมากและสามารถนำไปต่อยอดเชิงธุรกิจได้ แต่ยังมีการเปิดการเรียนการสอนน้อยมากทางด้านอาชีวศึกษา
ปัญหาเหล่านี้ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร่งด่วน หากปล่อยทิ้งไว้จะเกิดการขาดแคลนบุคลากรทางด้านการเกษตรทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ปฏิบัติงานไปจนถึงผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง ในขณะนี้เกษตรกรไทยมีอายุเฉลี่ยสูง ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และหากบุตรหลานไม่สืบทอดอาชีพการเกษตรต่อ ก็จะเกิดการขายที่ดินทำกินเดิมเพื่อไปประกอบอาชีพอื่น ความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ของคนไทยที่แตกต่างกันมากอยู่แล้วก็จะยิ่งมีระยะห่างขยายมากขึ้น
ผู้บริหารประเทศได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอยู่บ้างแล้ว โดยจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เช่น บางระกำโมเดล ซึ่งปรับเปลี่ยนปฏิทินการทำนาปีใหม่ การทำเกษตรกรรมแปลงใหญ่ การรวมกลุ่มเกษตรกร แต่น่าจะเร่งขยายโครงการที่ประสบความสำเร็จและดูแลให้ความช่วยเหลือต่างๆ ถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริง และในส่วนของการศึกษา น่าจะจัดทุนการศึกษาให้บุตรหลานเกษตรกรเพื่อเรียนด้านการเกษตร (ทั้งสายสามัญและสายวิชาชีพ) ตั้งแต่เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมต้น (ม.3) และสำหรับผู้ที่เรียนดีควรมีทุนต่อเนื่อง เพื่อบรรจุเป็นอาจารย์ในสถานศึกษาต่อไป นอกเหนือจากนี้ควรนำผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงปราชญ์ชาวบ้านในสาขาวิชาชีพต่างๆ มาร่วมให้ความรู้แก่นักศึกษา ตลอดจนสนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มที่ในการเรียนการสอนด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารทั้งสายสามัญและสายวิชาชีพ
อุตสาหกรรมอาหารมีความสำคัญอย่างมากต่อการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร เพราะทำให้วัตถุดิบทางการเกษตรมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เป็นห่วงโซ่ที่สำคัญในระบบการเกษตรอย่างครบวงจร ดังนั้นวาระแห่งชาติจึงควรควบรวมการเกษตรไว้ด้วย เป็นการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร คือวาระแห่งชาติที่จะต้องเร่งดำเนินการ

รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์