หน้าแรก คอลัมนิสต์ เดินหน้าชน : ...

เดินหน้าชน : ตัวถ่วงเน็ตชายขอบ : โดยสราวุฒิ สิงห์เอี่ยม

3.06.18 | 16:56 น.

รัฐบาลโหมกระพือนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อพลิกโฉมประเทศไทยให้หลุดพ้นไปจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางสักที
หนึ่งในกระบวนการที่จะนำไปสู่เป้าหมาย นั่นคือ “ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น” ด้วยการนำเอาเทคโนโลยี ดิจิทัล มาปรับใช้ในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงประชาชนในระดับรากหญ้า และนำมาใช้ในทุกขั้นตอนตั้งแต่การคิดค้น การผลิต การบริการ การตลาด การขาย และอื่นๆ อีกมากมาย
แต่สิ่งสำคัญจะต้องจัดโครงสร้างพื้นฐานมารองรับ “ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น” นั่นคืออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งรัฐบาลเร่งผลักดันโครงการเน็ตประชารัฐ 75,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ
อันจะนำไปสู่ “อี-คอมเมิร์ซ” ที่เกษตรกรสามารถขายสินค้าผ่านออนไลน์ “อี-เลิร์นนิ่ง” ที่นักเรียนชนบทได้รับการสอนจากครูเก่งๆ “อี-เมดิซีน” ผู้ป่วยในหมู่บ้านห่างไกลได้รับการวินิจฉัยโรคจากแพทย์มือดี และ “อี-กัฟเวิร์นเมนต์” ที่ภาครัฐจะให้บริการต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
“เน็ตชายขอบ” หรือโครงการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (โซนซี) โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่จะช่วยเติมเต็มและเร่งให้เน็ตประชารัฐเสร็จสมบูรณ์ตามเป้าหมาย
กสทช.จัดประมูลเฟสแรก 3,920 หมู่บ้าน วงเงิน 13,614.62 ล้านบาท แต่ประกวดราคาในวงเงิน 12,989.69 ล้านบาท ประหยัดงบประมาณลงได้ 624.93 ล้านบาท
เซ็นสัญญาไปแล้ว 10 สัญญา แบ่งเป็นการจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 5 สัญญา และการจัดให้มีสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่อีก 5 สัญญา
เมื่อเร็วๆ นี้มีการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) ที่มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรม เป็นประธาน มีการติดตามความคืบหน้าโครงการเน็ตชายขอบ
ปรากฏว่า สัญญาการจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 5 สัญญา
1.กลุ่มภาคเหนือ 1 (เหนือตอนบน) โดยบริษัท ทรู อินเตอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น มีความคืบหน้า 28% 2.กลุ่มภาคเหนือ 2 (เหนือตอนล่าง) โดยบริษัท ทีโอที คืบหน้า 0% 3.กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยบริษัท ทีโอที คืบหน้า 0% 4.กลุ่มภาคกลาง-ใต้ โดยบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม คืบหน้า 46% และ 5.กลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ (3 จังหวัด 4 อำเภอ) โดยบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม คืบหน้า 38%
ส่วนอีก 5 สัญญาการจัดให้มีสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้แก่ 1.กลุ่มภาคเหนือ 1 (เหนือตอนบน) โดยบริษัท ทีโอที คืบหน้า 0% 2.กลุ่มภาคเหนือ 2 (เหนือตอนล่าง) โดยบริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น คืบหน้า 69% 3.กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยบริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น คืบหน้า 81% 4.กลุ่มภาคกลาง-ใต้ โดยบริษัท กสท โทรคมนาคม คืบหน้า 37% และ 5.กลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ (3 จังหวัด 4 อำเภอ) โดยบริษัท กสท โทรคมนาคม คืบหน้า 44%
นับจากการเซ็นสัญญาเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ถึงขณะนี้ก็ 8 เดือนแล้ว แต่งานทั้งหมดในส่วนของ “ทีโอที” คืบหน้า 0% คือไม่มีอะไรคืบหน้า
ดังนั้น จึงถูกต้องแล้ว ที่บอร์ด กสทช.จะมีมติให้เดินหน้าเปิดประมูลเน็ตชายขอบโซนซี เฟส 2 จำนวน 15,732 หมู่บ้านอีกครั้ง
จากที่ก่อนหน้านี้ต้องหยุดชะงักไปพักใหญ่ เนื่องจากทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะเอาไปให้ “ทีโอที” ดำเนินการแทน “กสทช.”
แต่เมื่อเห็นผลงานอันยอดแย่ขนาดนี้ของ “ทีโอที” จากโครงการเน็ตชายขอบเฟสแรกแล้ว หาก “ดีอี” ยังจะให้ “ทีโอที” ทำอีก ก็เท่ากับว่า “ดีอี” ยินดีที่ให้ “ทีโอที” เป็นตัวถ่วงโครงการเน็ตประชารัฐล่าช้าออกไป ไม่เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่จะให้แล้วเสร็จทั่วประเทศในสิ้นปี 2561
แล้วจะต้องรับผิดชอบที่เป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศด้วย