หน้าแรก คอลัมนิสต์ รายงาน น.3 : ...

รายงาน น.3 : จังหวะ การเมือง กำหนดเกม กำหนดวาระ ก่อน ‘เลือกตั้ง’

4.06.18 | 13:09 น.

ไม่ว่า “คสช.” ไม่ว่า “พรรคการเมือง” ล้วนมีความปรารถนาอย่างเดียวกัน นั่นก็คือ ต้องการเป็นผู้กำหนดเกม กำหนดวาระ

อย่างเช่นที่มีการประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม 2559

ภายหลังร่างรัฐธรรมนูญฉบับของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ผ่านความเห็นชอบในการลงประชามติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นกว่า 16 ล้าน

จำได้หรือไม่ว่ามีใคร “ออกโรง”

ออกโรงจะจัดตั้งพรรคการเมืองในลักษณะอันสะท้อนแนวทาง “ปฏิรูป” และชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ

Advertisement

หวังจะอาศัย 16 ล้านเสียงมาเป็นประโยชน์

นั่นแหละ คือ การช่วงชิงในการกำหนด “วาระ” นั่นแหละ คือ ความพยายามในการแสดงบทบาทในฐานะเป็นผู้กำหนด “เกม”

แล้วผลเป็นอย่างไร

จากเดือนพฤษภาคม 2557 กระทั่งผ่านเดือนพฤษภาคม 2561 เด่นชัดอย่างยิ่งว่า “คสช.” เล่นบทในการกำหนด “วาระ” ในการกำหนด “เกม”

เห็นจากการยื้อ ถ่วง หน่วง “โรดแมป”

ไม่เพียงแต่มี “ปฏิญญาโตเกียว” ไม่เพียงแต่มี “ปฏิญญานิวยอร์ก” ไม่เพียงแต่มี “ปฏิญญาทำเนียบขาว”

จนแล้วจนรอดเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ก็ยังไม่ชัด

ขณะเดียวกัน ในท่ามกลางการกำหนดกติกา ในท่ามกลางการเล่นเกมยื้อ ถามว่าวาระที่เคยเสนอในเรื่องชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างไร

ยังคึกคักและเป็นกระแส “หลัก” อยู่หรือไม่

หากมองจากพรรคพลังประชารัฐ หากมองจากพรรคพลังชาติไทย หากมองจากพรรคพลังธรรมใหม่ และหากมองจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย ก็ดูฮึกห้าวเหิมหาญ

แต่ถามว่ามี “วาระ” อื่นหรือไม่ มี “เกม” อื่นหรือไม่

เมื่อดูจากพรรคเพื่อไทยประสานกับพรรคประชาธิปัตย์ก็เห็นอย่างเด่นชัดตั้งแต่ปี 2559 เรื่อยมาจนถึงเดือนพฤษภาคม 2561 ว่า

ไม่ต้องการนายกรัฐมนตรี “คนนอก”

พรรคเพื่อไทยนั้นแจ่มแจ้งตั้งแต่ยุคที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์ยังชูธง 2 ผืนใหญ่

1 ผืนต่อต้านนายกรัฐมนตรี “คนนอก” 1 ผืนต่อต้านสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบทักษิณ”

กระนั้น พลันที่พรรคอนาคตใหม่ปรากฏตัวในเดือนเมษายน 2561 สังคมก็เริ่มรับรู้แนวทางที่นำเสนอในลักษณะจุดประกายและนำร่องในทางความคิด

ไม่เพียงแต่จะต่อต้านนายกรัฐมนตรี “คนนอก”

หากยังรุกคืบไปถึงข้อเสนอในการรื้อสิ่งที่ คสช.ทำเอาไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกัน ก็ยืนยันการสร้างใหม่ภายใต้ระบบรัฐสภา

เกม “เดิม” เริ่มเปลี่ยน เกม “ใหม่” เริ่มปรากฏ

ยิ่งโรดแมป “เลือกตั้ง” คืบคลานเข้ามาใกล้มากเพียงใด จะยิ่งปรากฏ “วาระ” ในทางความคิด ในทางการเมืองและแต่ละฝ่ายต่างช่วงชิงกันแสดงบทมากเพียงนั้น

ใครจะเป็นคน “นำ” ใครจะเป็นคน “ตาม”

นี่มิได้ขึ้นอยู่กับฝีมือในด้าน “การตลาด” หรือโดยกระบวนการ “ประชาสัมพันธ์” หากแต่ขึ้นอยู่กับจังหวะในการนำเสนอและความเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึกของสังคม

ใครกำหนด “เกม” ใครคนนั้นมีโอกาส “ชนะ”