ดูเหมือนสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้เริ่มสงสัยว่า สิ่งที่รัฐบาลบอกว่าเศรษฐกิจประเทศไทยกำลังดีขึ้น เป็นความจริงหรือไม่
เพราะมีหลายปัจจัยตอกย้ำความเชื่อที่ว่าเศรษฐกิจไม่ได้ดีขึ้นตามคำกล่าวอ้าง
ทั้งจากตัวเลขที่ นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า การขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) และขยายกิจการในเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2561 มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 2,034 โรงงาน แม้จะเพิ่มขึ้น 0.89% จากช่วงเดียวกันในปี 2560 จำนวน 2,016 โรงงาน แต่มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 1.27 แสนล้านบาท ลดลง 26.16% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่อยู่ที่ 1.72 แสนล้านบาท
แบ่งเป็นการเปิดกิจการใหม่จำนวน 1,652 โรงงาน เพิ่มขึ้น 1.28% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,631 โรงงาน ขณะที่มูลค่าการลงทุน 7.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 24.62% เทียบกับ
ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 9.95 หมื่นล้านบาท ส่วนการขยายกิจการมีจำนวน 382 โรงงาน เพิ่มขึ้น 0.79% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 379 โรงงาน ขณะที่มูลค่าการลงทุน 5.27 หมื่นล้านบาท ลดลง 27.6% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 7.28 หมื่นล้านบาท
ถือว่าค่อนข้างสวนทางกับความเชื่อมั่นด้านการลงทุนของประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่ลงทุนน้อยเมื่อเทียบกับเอสเอ็มอี ขณะที่ตัวเลขคำขอส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ช่วงไตรมาสแรกกลับแจ้งว่าเติบโตดี มีคำขอมากถึง 2 แสนล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 7.2 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ สิ่งที่ยืนยันถึงภาวะเศรษฐกิจของไทยที่ชัดเจนอีกเรื่องคือ กระแสบอลโลกฟีเวอร์
โดยปกติจะช่วยให้ภาคธุรกิจคึกคักขึ้น ทุกครั้งที่มีการแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ เช่นนี้
แต่ครั้งนี้หลายคนกลับรู้สึกว่าไม่เป็นเช่นนั้น
แม้ว่าจะรอคอยกันมานานถึง 4 ปี กว่าจะได้ชมมหกรรมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลโลก ครั้งนี้จัดขึ้นที่ประเทศรัสเซีย ระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน-15 กรกฎาคม 2561 มีการถ่ายทอดสดผ่านช่องฟรีทีวีดิจิทัล เพื่อให้คนไทยได้รับชมทั้ง 64 นัด
แต่ดูเหมือนบรรยากาศการแข่งขันครั้งนี้จะไม่คึกคักเหมือนครั้งที่ผ่านมา
บางคนเชื่อว่าเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ถึงทำให้บรรดาภาคธุรกิจไม่จัดงบประมาณเพื่อโปรโมตสินค้าให้คึกคักเหมือนในอดีต
ประเด็นนี้ นายณพงศ์ นพเกตุ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ยอมรับว่าบรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลโลกปีนี้ค่อนข้างเงียบเมื่อเทียบกับครั้งที่แล้ว แม้ว่าครั้งนี้จะมีการถ่ายทอดให้ชมทุกแมตช์ก็ตาม
สาเหตุเพราะบรรยากาศโดยรวมของประเทศ คนยังมีความกังวลเรื่องปากท้อง รวมทั้งกระแสอนุรักษนิยมหรือกระแสความเป็นไทยที่ขณะนี้รัฐบาลคำนึงถึงความเป็นไทย จึงทำให้ความนิยมเป็นสากลลดลง โดยเฉพาะการโฆษณา หากทุ่มงบโปรโมชั่นมาก ไม่แน่ใจว่าจะฝ่ากระแสความเป็นไทยไปได้หรือไม่
และครั้งนี้การถ่ายทอดจะจำกัดในทีวีเพียง 2-3 ช่อง ผิดจากในอดีตแม้จะถ่ายทอดไม่ทุกแมตช์ แต่กระจายหลายช่อง
แต่ถึงกระนั้น ผอ.นิด้าโพลก็ยังหวังว่าในช่วงใกล้การแข่งขันบรรยากาศน่าจะดีขึ้น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดูเหมือนจะสะท้อนภาพทางเศรษฐกิจของประเทศได้ชัดเจนกว่าคำกล่าวอ้างใดๆ
ในเมื่อทั้งราคาสินค้าเกษตร กำลังซื้อในประเทศ การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนไม่ดีขึ้น เงินในกระเป๋าของชาวบ้านร้านรวงยังต้องกระเหม็ดกระแหม่ใช้เฉพาะในสิ่งจำเป็น
เหมือนเป็นการตอกย้ำบทสรุปของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย ชี้ให้เห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจของไทยเป็นแบบกระจุกตัว
ดังนั้น แม้กระทั่งเทศกาลบอลโลกที่เคยทำให้เศรษฐกิจได้คึกคักอย่างมากในอดีต แต่ครั้งนี้กลับไม่คึกคักเท่าที่ควร
แล้วอย่างนี้ถามว่าเศรษฐกิจไทยดีขึ้นอย่างที่รัฐบาลได้ประกาศไว้จริงหรือ?

