ท่านผู้นำที่มาจากการรัฐประหารของไทยเพิ่งกล่าวเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า ท่านสนใจการเมือง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดด้วยสีหน้าท่าทางเรียบๆ ว่า “ผมสนใจงานการเมือง เพราะผมรักประเทศชาติของผม และคงเป็นเช่นเดียวกับคนไทยทั้งประเทศ” และไม่วายอบรมสื่อมวลชนตบท้ายว่า “สื่อมวลชนก็ต้องรักประเทศไทยของเรา”
ประโยคอบรมที่ว่าอาจจะมาส่วนลึกในความคิดของท่าน สงสัยว่าสื่อมวลชนรักประเทศหรือไม่ ซึ่งก็สุดแล้วแต่ท่านจะคิด เพราะความรักของคนเรานั้นไม่เหมือนกัน
หันมาดูเส้นทางของคนที่สนใจการเมืองแล้วก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในขณะนี้น่าจะเป็นประโยชน์กว่า
เริ่มจาก โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเจ้าของธุรกิจบันเทิง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นพิธีกรรายการบันเทิงทางโทรทัศน์ ปกติเวลามีนางงามพิชิตมงกุฎมิสยูนิเวิร์สได้แล้ว ก็มักต้องไปถ่ายรูปกับนายทรัมป์
อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์แสดงความสนใจในการเมืองหลายครั้ง เช่น เมื่อปี 2530 เคยทุ่มเงินค่าโฆษณาทางหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ ไปแสนดอลลาร์ เทียบกับค่าเงินยุคปัจจุบันก็เกิน 2 แสนดอลลาร์ หรือราว 7 ล้านบาท รณรงค์ว่าอเมริกาต้องเลิกให้เงินประเทศที่ดูแลตัวเองได้แล้ว เพราะมันเปลือง ควรยึดผลประโยชน์ของอเมริกาไว้ก่อน
จากนั้นในปี 2542 นายทรัมป์เริ่มส่งสัญญาณว่าสนใจการเมืองขึ้นอีก ถึงขั้นว่าอยากชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี แต่พอหยั่งเสียงแล้วยังไม่มีแววก็ถอยฉากไปก่อน จนปี 2554 จึงเริ่มขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์ของกลุ่มนิยมขวาจนเป็นที่เกรียวกราว แต่คะแนนเสียงก็ยังไม่แน่นพอ
นายทรัมป์รอจนถึงปี 2559 จึงเริ่มมายืนแถวหน้าและคว้าตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันจนลงชิงชัยชนะนางฮิลลารี คลินตัน ของเดโมแครตได้อย่างล็อกถล่ม และเป็นประธานาธิบดีในวัยเลข 7 นำหน้า
ความสนใจทางการเมืองของนายทรัมป์กว่าจะผลิดอกออกผลถือว่าใช้เวลายาวนานไม่น้อย
เมื่อเทียบกับ นายพลอับดุล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี แห่งอียิปต์ วัย 64 ปี เส้นทางน่าจะคล้ายของบ้านเรามากกว่า เพราะท่านขึ้นมาเป็นผู้นำหลังจากการรัฐประหาร และโค่นอำนาจผู้นำจากการเลือกตั้งที่แต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้บัญชาการกองทัพและรัฐมนตรีกลาโหมเมื่อปี 2555 ด้วยตนเอง
เพราะรัฐบาลนั้นพลาดท่า คิดจะไปแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นสายเคร่งศาสนาจนเกิดการประท้วง เปิดทางให้ผู้รักษาความสงบของบ้านต้องยึดอำนาจในปี 2556 และฉีกรัฐธรรมนูญปี 2555 ทิ้ง
หลังการรัฐประหารแบบนองเลือด นายพลอัล-ซิซีก็แถลงโรดแมป ให้ประชาชนโหวตรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และจัดการเลือกตั้งรัฐสภา และเลือกตั้งประธานาธิบดี
จากนั้นท่านบอกว่าท่านสนใจการเมือง เพราะว่ามีเสียงเรียกร้องเยอะมาก จึงเกษียณตนเองออกจากกองทัพและประกาศลงสมัครประธานาธิบดี
แม้จะมีคู่แข่งชัดๆ อยู่คนเดียว และมีผู้มาลงคะแนนใช้สิทธิเพียงร้อยละ 47 แต่ท่านก็เป็นประธานาธิบดีได้สบาย เพราะคะแนนที่คนมาโหวตนั้นสูงมากถึงร้อยละ 97
อัล-ซิซีโมเดล นั้นไม่ใช่ใครจะเลียนแบบได้ง่ายๆ ต้องยกให้คนที่สนใจการเมืองจริงๆ เท่านั้น
ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

