สถานการณ์ชัตดาวน์หน่วยงานราชการของสหรัฐอเมริกาเพิ่งทำลายสถิติยืดเยื้อยาวนานในประวัติศาสตร์ไปไม่นานนี้ สถิติเดิมอยู่ในยุค บิล คลินตัน พรรคเดโมแครตเป็นประธานาธิบดี เมื่อปี 2538 ข้ามเข้าสู่ปี 2539 รวมเวลา 21 วัน ตอนนั้นคลินตันต้องการจัดทำงบประมาณสมดุล โดยจัดงบเพิ่มให้ด้านสวัสดิการสุขภาพ การศึกษา และสิ่งแวดล้อม แต่พรรคพับลิกันต้องการให้ตัดลดงบประมาณลง
สถานการณ์ในตอนนั้นคล้ายๆ ช่วงเวลานี้ ตรงที่ประธานาธิบดีอยู่พรรคหนึ่ง แต่สมาชิกสภาล่างเสียงส่วนใหญ่อยู่อีกพรรคหนึ่ง
การต่อรองและถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติจึงทำให้ร่างกฎหมายงบประมาณไม่ผ่านออกมา เมื่องบไม่ผ่านก็แปลว่าไม่มีเงินค่าจ้างจะจ่ายพนักงานรัฐ จึงทำให้ต้องปิดการทำงานของราชการไปบางส่วน
ช่วงเวลาเมื่อ 23 ปีก่อน ภาวะชัตดาวน์มีผลกระทบต่อพนักงานรัฐ 8 แสนคนเท่าๆ กับตอนนี้
ระหว่างการต่อรอง มีโพลของสำนักข่าวเอบีซีสำรวจสัดส่วนคนตำหนิพรรครีพับลิกัน ร้อยละ 46 และตำหนิบิล คลินตัน ร้อยละ 27 ส่วนคะแนนนิยมของคลินตันไม่กระทบ ยังยืนอยู่ที่ระดับร้อยละ 51 สุดท้ายร่างงบประมาณสมดุลก็ผ่านสภาในที่สุด
ส่วนเหตุการณ์ปี 2562 ในยุคของ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่มีแววว่าจะคลี่คลายได้เหมือนแบบครั้งก่อน แม้ว่าช่วงเวลาชัตดาวน์จะลากยาวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว
แต่ฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติยังไม่มีทีท่าจะตกลงกันได้
นายทรัมป์ยืนยันว่าจะไม่ยอนถอนหรือลดงบประมาณสร้างกำแพงเหล็กกั้น ผู้อพยพ มูลค่าก่อสร้าง 5,700 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.8 แสนล้านบาท ออกจากร่างงบประมาณ
พร้อมกับยกตัวอย่างอาชญากรรมที่คนต่างด้าวเข้าไปทำร้ายชาวอเมริกัน ว่าน่าสะเทือนใจเกินกว่าจะรับไหว จึงต้องสร้างกำแพงมากั้นให้ได้
แต่พรรคเดโมแครตไม่เห็นด้วยกับนโยบายสร้างกำแพงแต่แรกแล้ว จึงไม่มีวี่แววว่าจะยอมเอาเงินแสนล้านไปสร้างเช่นกัน
นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาเสียงข้างมากจากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า มันไม่ใช่เรื่องกำแพงกั้นระหว่างเม็กซิโกกับอเมริกา แต่เป็นกำแพงเอาไว้กั้นความ
ล้มเหลวในการบริหารงานของรัฐบาลนายทรัมป์เอง
ระหว่างการดึงดันไม่มีใครยอมใคร นายทรัมป์ยังแสดงออกด้วยว่ายังอยู่ได้และอยู่ดี เอาตัวรอดได้ในช่วงขาดพนักงานจัดเลี้ยงเพราะภาวะชัตดาวน์
นายทรัมป์ยอมออกเงินส่วนตัวจ่ายค่าอาหารฟาสต์ฟู้ดที่สั่งมาเลี้ยงทีมเคล็มสันไทเกอร์ แชมป์อเมริกันฟุตบอลมหาวิทยาลัยระดับชาติ ที่ทำเนียบขาว ในจำนวนนี้มีแฮมเบอร์เกอร์ 300 ชิ้น พ่วงด้วยพิซซ่า และเฟรนช์ฟรายส์ ซึ่งเป็นอาหารโปรดของนายทรัมป์ทั้งสิ้น
แม้นายทรัมป์จะร่ำรวยและเลี้ยงฟาสต์ฟู้ดไปได้อีกหลายๆ งาน แต่เรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการต่อรองกับสมาชิกพรรคเดโมแครตเพื่อหาทางออกไปตามวิถีประชาธิปไตย
แน่นอนว่าเหตุการณ์ชัตดาวน์แบบนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นกับจีน หรือรัฐบาลทหารของประเทศใดๆ ที่ตัดสินใจเด็ดขาดได้ ชี้เป็นชี้ สั่งเป็นสั่ง
แต่ประเทศประชาธิปไตยต้องผ่านการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยเฉพาะการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินที่ไม่ใช่นึกจะจัดก็จัด นึกจะแจกก็แจก
ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับประชาชน

