แฟชั่นชุดเสื้อผ้าที่มีแบบและลาย ทำร้ายจิตใจคนเห็นและตกเป็นข่าวเสมอมา คือ สัญลักษณ์สวัสติกะที่กองทัพนาซีเอาไปใช้ และธงอาทิตย์อุทัย ของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น เพราะคนที่ใช้เคยไปก่อกรรมทำเข็ญกับผู้คนไว้มาก
ทั้งสองสัญลักษณ์นี้ถ้าดาราหรือคนดังใส่ทีไรก็เป็นข่าวใหญ่ทุกที แต่ก็มักมีคนพลาดอยู่เสมอ
อย่างซุปตาร์จีน เจ้าเวย สมัยโด่งดังมากๆ จากซีรีส์องค์หญิงกำมะลอ เคยถูกชาวประชาถล่มหนักที่ไปถ่ายแบบชุดแฟชั่นลายธงกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น
หรือกรณีเจ้าชายแฮร์รี นึกสนุกใส่ชุดนาซีไปงานปาร์ตี้เพื่อน เมื่อ 14 ปีก่อน คงกะว่าฮาในกลุ่ม ไม่นึกว่าภาพจะหลุดออกมา กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต
อาการพลาดแบบนี้มักเกิดกับคนรุ่นใหม่ที่ยังโตไม่ทันอ่านข่าว หรือบางคนอาจรู้แต่ไม่อินด้วย และอาจเห็นว่าเป็นเรื่องของคนสมัยก่อน จึงไม่ใส่ใจ
กรณีล่าสุดในบ้านเรา หลังจากเคยมีข่าวครึกโครมในขบวนพาเหรดนักเรียนแต่งชุดนาซีกันทั้งขบวนมาแล้ว ผ่านมา 8 ปี สมาชิก BNK48 รู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปใส่ชุดที่มีสัญลักษณ์สวัสติกะเข้าอีก
พอดีว่าเรื่องข้นขึ้น เมื่อเกิดในช่วงวันวันที่ 27 มกราคม ครบรอบรำลึกเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวสากล หรือโฮโลคอสต์ มีผู้คนทั่วโลกไว้อาลัยให้ชาวยิว 6 ล้านคนที่ถูกสังหาร
งานนี้สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยจึงต้องออกโรงอธิบายอีกครั้งเหมือนเมื่อครั้งขบวนพาเหรดนาซี ว่าทำไมสวัสติกะถึงทำร้ายจิตใจผู้คนจำนวนมาก
นอกจากเรื่องของสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปแล้ว กรณีนี้ยังเกิดประเด็นถกเถียงเรื่องการศึกษาของไทยด้วยว่า ล้มเหลวหรือไม่ล้มเหลวที่เยาวชนไม่รู้ประวัติศาสตร์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของมนุษยชาติ
ข้าราชการในแวดวงการศึกษาแจงว่า เรื่องนี้คงไม่จำเป็นต้องปรับหลักสูตร เพราะจริงๆ เด็กร่ำเรียนแล้ว แต่อาจจำไม่ได้ หรือเกิดจากความไม่ระมัดระวัง และรู้เท่าไม่ถึงการณ์
คำพูดว่า “จำไม่ได้” นี่เองที่เป็นคีย์เวิร์ดของปัญหาด้านการศึกษาไทย
ถ้าเด็กนักเรียนต้องศึกษาวิชามากมายให้ต้องจำ คงจำไม่หมดทุกเรื่อง แต่ถ้าเรียนให้เข้าใจ น่าจะเป็นผลดีกับเด็กมากกว่า
อย่างเรื่องสวัสติกะ ถ้ารู้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีมาก่อน กระทั่งถูกนำไปใช้โดยพรรคนาซี ซึ่งมีแนวทางแบ่งแยกเชื้อชาติมนุษย์ มองตนเองดีและสมบูรณ์แบบกว่าชาติอื่น ถึงขั้นสร้างระบบขึ้นมากำจัดชาวยิวกว่า 6 ล้านคน ซึ่งแต่ละคนล้วนมีชีวิตจิตใจ มีครอบครัว และคนที่รักถูกพลัดพราก
ที่สำคัญต้องเชื่อมโยงให้รู้ว่า แนวคิดแบ่งแยกคนแบบนี้ยังคงตกค้างอยู่ในสังคมโลก
ถ้ามีการยกตัวอย่างการเปรียบเทียบสังคมของนานาประเทศ รวมถึงไทย ว่ายังมีการแบ่งแยกสีผิว เชื้อชาติ ศาสนา ปลุกความเกลียดชัง กล่าวอ้างความดีงามความฉลาดของตนเอง เหยียดหยามคนอื่น ถึงขั้นใช้กำลังทหารสังหารผู้คนกลางเมืองหลวง หรือยึดอำนาจประชาชน เด็กอาจจะเข้าใจสถานการณ์ทั้งที่เกิดในโลกและในไทยไปพร้อมกัน
นอกจากเข้าใจแล้วก็อาจเห็นใจในความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้น่าจำได้โดยไม่ต้องท่องจำ
ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

