ถ นนสายที่มุ่งไปสู่ 24 มีนาคม ได้มาถึงช่วงโค้งสำคัญอีกช่วงหนึ่งแล้ว เมื่อถึงเวลาจะเปิดผู้รับสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ในวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมทั้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติจะเสนอแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย
รายชื่อผู้ที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีนี่แหละ สำคัญนัก
แม้ว่าจะเหมือนรู้ๆ กันอยู่ว่า พรรคไหนจะส่งรายชื่อใครเป็นว่าที่นายกฯ
อย่างพรรคใหญ่คือพลังประชารัฐ รู้กันตั้งแต่เริ่มตั้งพรรคแล้วว่า จะมีใครเป็นเบอร์ 1 ในรายชื่อที่เสนอเป็นนายกฯ
ล่าสุด นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคประกาศจะส่งเทียบเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นอันดับ 1 ในบัญชีนายกฯของพลังประชารัฐชัดเจน
แต่พรรคเพื่อไทยแชมป์เก่านี่สิ เหมือนจะชัดแต่ก็ยังไม่ชัดแจ่มแจ้ง
มีชื่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ น่าจะแน่ๆ แต่จะจัดอันดับใครก่อนหลังก็ยังไม่มีการฟันธง
แล้วเริ่มมีข้อสงสัยกันมากว่า ในโควต้า 3 รายชื่อนั้น จะมีใครเป็นอีก 1 หรือไม่
แล้วอีก 1 นี้ จะอยู่อันดับไหน ก็น่าคิดน่าติดตาม
ทั้งหมดนี้จะอยู่ในช่วงที่ต้องยื่นต่อ กกต.ภายใน 4-8 กุมภาพันธ์นี้
สำหรับพรรคพลังประชารัฐ ที่วาง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอันดับ 1 อยู่ในเวลานี้
หากฟังคำให้สัมภาษณ์ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์เน้นถึงการพิจารณาตัดสินใจ ว่ายังมีเวลาถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์
พูดทำนองว่า มาเชิญเมื่อไรก็รับและยินดี ขอบคุณ แต่จะรับหรือไม่รับ มีเวลาพิจารณาเซ็นใบตอบรับจนถึง 8 กุมภาพันธ์
ฟังแล้วเป็นไปได้ว่า อาจจะดึงเวลาไปจนถึงวันท้ายสุดนั่นแหละ
เหตุผลที่อาจจะดึงไปจนถึงนาทีสุดท้าย ประการหนึ่ง ถ้าเซ็นใบตอบรับเมื่อไร เมื่อนั้นก็จะตกเป็นเป้าถล่มทันที เกิดแรงกดดันการลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ทวงถามจริยธรรม ด้านการเอารัดเอาเปรียบ
หรืออีกประการหนึ่ง เป็นไปได้ว่า อาจจะขอใช้เวลาไตร่ตรองให้รอบคอบเป็นครั้งสุดท้าย
เพราะนี่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้งในชีวิต จะไปต่อบนเก้าอี้นายกฯ ในยุคที่จะต้องเจอ ส.ส.มืออาชีพขนานแท้และดั้งเดิม โดยไม่มี ม.44 หรือกองทัพหนุนหลังเต็มตัวเหมือน 4-5 ปีที่ผ่านมาอีกแล้ว
หรือดีไม่ดี ก็อาจจะต้องรอดูบัญชีรายชื่อว่าที่นายกฯของคู่แข่งสำคัญคือเพื่อไทยอย่างเป็นทางการก่อนก็ได้
อาจจะมีชื่อใครให้ต้องคิดหนักก็เป็นได้
จะว่าไปแล้วระยะนี้ เริ่มมีข้อเสนอด้วยความปรารถนาดีจากหลายคนถึง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าลองพิจารณาทางลงเผื่อเอาไว้ด้วยก็น่าจะดี เช่น นายปริญญา
เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นนักวิชาการคนหนึ่งที่เสนอประเด็นนี้อย่างเอาจริงเอาจังมาก
ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรถอยออกมาจากการเมือง ไม่ควรรับเป็นว่าที่นายกฯของพรรคไหน
เพราะหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยปัญหามากมาย ถอยออกมาตอนนี้จะได้สถานะความเป็นกลางอยู่ต่อไป แถมอาจจะมีอำนาจอยู่เบื้องหลัง 250 ส.ว. เพื่อต่อรองกับพรรคการเมืองหลังผลเลือกตั้งออกมาก็ได้
เอาเป็นว่าจากนี้ไปจนถึงช่วงวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ ยังเป็นช่วงสำคัญที่สุดอีกช่วงหนึ่งของถนนไปสู่การเลือกตั้ง
โดยเฉพาะการเปิดชื่อว่าที่นายกฯ และการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จะไปต่อแน่ๆ ตามที่มีกระบวนการตระเตรียมปูทางเอาไว้ให้พร้อมแล้วทุกด้าน หรือจะเลือกทางถอยจริงๆ
อย่าเพิ่งสรุปว่าเสียงเรียกร้องให้เลือกทางถอยนั้น…เป็นไปไม่ได้

