สถานีคิดเลขที่ 12 : กม.ข้าว-โทษใครดี โดย จำลอง ดอกปิก

23.02.19 | 12:30 น.

ไม่ว่ามองมุมไหน ร่าง พ.ร.บ.ข้าวฉบับใหม่ ในมือ สนช.คงไปต่อ คลอดออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้เร็ววันนี้ได้ยาก

เนื้อหา สาระถูกวิพากษ์วิจารณ์ คัดค้านจากนักวิชาการ เครือข่ายเกษตรกรอย่างหนัก

ก่อปัญหา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวนา

เรื่องที่กรรมาธิการ สนช.เคยยืนยันขันแข็ง ทำนองจะไม่แก้ไข ปรับเนื้อหาอีก เนื่องจากเป็นประโยชน์ ทำเพื่อชาวนาอย่างแท้จริงนั้น จบแล้ว

การเลื่อนพิจารณาในวาระที่ 2-3 จากสัปดาห์ที่ผ่านมา ขยับโปรแกรมออกไปเป็นสัปดาห์หน้า เป็นที่ชัดเจนว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติยอมถอย

Advertisement

การกำชับสั่งการให้ทบทวน แก้ไข ในเวลาต่อมาหลังปิดประชุมสภาฯ โดยประธาน สนช.พรเพชร วิชิตชลชัย

อธิบายเรื่องราวได้เป็นอย่างดี

จะเหลือก็แต่ว่า กรรมาธิการจะปรับแก้อย่างไร

แต่ไม่ว่า จะรื้อมาก ปรับปรุงน้อย ดีไซน์ใหม่

ผลเสียทางการเมืองบังเกิดขึ้นแล้ว

การยอมถอยแม้เป็นเรื่องดี ที่ยอมฟัง เสียงทักท้วงเห็นต่าง แต่อีกทางก็เท่ากับ ยอมรับร่างกฎหมายฉบับนี้มีข้อบกพร่อง

เป็นความบกพร่อง ไม่รอบคอบของ สนช. แม่น้ำสายสำคัญ ที่ คสช.แต่งตั้ง เป็นมือไม้ในฝ่ายนิติบัญญัติ ดูแลเรื่องการออกกฎหมายมาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาของฝ่ายบริหาร

แต่แม้เป็นการดำเนินการเองของ สนช.ก็ตาม

ในที่สุดเรื่องก็จะวนม้วนกลับไปที่ต้นตอ “รัฐบาล คสช.”

กระทบถึงพรรคพลังประชารัฐ ที่อยู่ระหว่างรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอยู่ในขณะนี้ และขายนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร ชาวนาในประการต่างๆ นานา เพื่อยกระดับรายได้ และคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่

กาลกลับกลายเป็นว่า ไม่แก้ ไม่ทบทวนก็ไม่ได้

แต่ครั้นทบทวน แก้ไขก็คล้ายกับ ไม่จริงใจ ใส่ใจดูแล ผลประโยชน์ชาวไร่ชาวนาแต่ต้น

เพราะคิดดำเนินการแก้ไขภายหลัง เมื่อมีเสียงคัดค้าน โวยวายเกิดขึ้น

ทางออกที่พอบรรเทาได้ อาจเป็นอย่างที่รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม แนะนำกลายๆ

นั่นคือ ถ้าทำไม่เสร็จก็ทิ้งไว้ คาสภาไว้อย่างนั้น รัฐบาลหน้าก็มีสิทธิหยิบยกขึ้นมาพิจารณาภายใน 60 วัน หรือปล่อยตกไป

นี่อาจเป็นรันเวย์ลงที่เซฟที่สุด นิ่มนวลที่สุด

ฝ่ายสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ แทบไม่มีให้เห็น

แม้แต่พรรคพลังประชารัฐ ก็ชี้ว่า มีปัญหา ไม่มีความพร้อมที่จะนำมาใช้กับประเทศ

ออกตัว ชิ่งหนีพัลวัน

ซึ่งที่จริงแล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพลังประชารัฐแต่อย่างใดเลย แต่ที่ต้องโชว์จุดยืนอยู่คนละฝั่งกับ สนช. คงผวาผล
กระทบ ถูกเชื่อมโยงเป็นขบวนการเดียวกัน

จึงจำเป็นต้องประกาศท่าที ว่าไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

จับสัญญาณจากฝ่ายต่างๆ ที่แสดงออกผ่านทางสาธารณะ

ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่น่าจะไปต่อได้

มีแต่จะต้องพับเก็บยาว ใส่ลิ้นชักลึกๆ ของ สนช.

ท่าทีของพรรคอื่นๆ ที่มีต่อ พ.ร.บ.ข้าว ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกัน ประชาธิปัตย์ก็ค้าน เพื่อไทยก็ชัด ปฏิเสธเด็ดขาด ชี้ว่าเป็นกฎหมายไม่เป็นธรรม มองชาวนาเป็นผู้ร้าย

แล้วอย่างนี้ สนช.จะกล้าผลักดันต่อหรือ

จะไม่กระทบคะแนนเสียงของกลุ่มชาวนาที่มีต่อพรรคที่เป็นสาขา ของแม่น้ำ 5 สาย กระทบแคนดิเดตนายกฯคนสำคัญหรือ

แทบทุกพรรคตบเท้าต้าน

ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหา จู่ๆ สนช.ก็เตะลูกเข้าทาง-หาเสียงเลือกตั้งเสียอย่างนั้น

แต่อย่าได้โทษ โยนบาป สนช.ฝ่ายเดียวเลย

ระบบที่บิดเบี้ยว ปิดกั้นลั่นดาล การเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองต่างหากที่เป็นต้นตอปัญหา

ใครกันที่ต้องรับผิดชอบ!

จำลอง ดอกปิก