ปี นี้ 2562 การประชุมคัดเลือกแหล่งมรดกโลกครั้งที่ 43 ที่ประเทศอาเซอร์ไบจาน วันที่ 30 มิ.ย.-10 ก.ค. มีสถานที่สำคัญทางธรรมชาติและวัฒนธรรมทั่วโลกได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกเป็นข่าวให้ร่วมยินดี
อย่างเพื่อนบ้านเรา ทั้งฝั่งซ้ายฝั่งขวาต่างมีสถานที่ที่ได้รับการคัดเลือกจากยูเนสโก
เมียนมา มีเมืองพุกาม อาณาจักรโบราณที่เป็นเมืองแห่งทะเลเจดีย์ เคยรุ่งเรืองระหว่างศตวรรษที่ 9-13 ส่วน สปป.ลาว มีทุ่งไหหิน แหล่งโบราณคดีอายุเกือบ 3,000 ปีในพื้นที่แขวงเชียงขวาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ไกลออกไปนิดหนึ่งและยังอยู่ในทวีปเดียวกัน ได้แก่ ชัยปุระ เมืองเอกของรัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย มีสถาปัตยกรรมงดงาม อายุเก่าแก่เกือบ 300 ปี ส่วนญี่ปุ่น เพิ่มมรดกโลกที่โอซากา มีสุสานโบราณบนเนินดินปกคลุมหลุมศพ 49 แห่ง อายุศตวรรษที่ 3-6 และจีน เพิ่มมรดกโลกลำดับที่ 55 ได้แก่ เมืองโบราณเหลียงจู่ อายุกว่า 5,000 ปี สะท้อนความรุ่งเรืองของอารยธรรมจีนยุคหินใหม่ตอนปลาย
มรดกโลกแห่งใหม่ที่สำนักข่าวต่างประเทศนำเสนอข่าวมากเป็นพิเศษคือ นครบาบิโลนของอิรัก เพราะนึกว่าขึ้นทะเบียนไปนานแล้ว ในฐานะอาณาจักรเมโสโปเตเมียโบราณ อายุ 4,000 ปี อีกทั้งยังมีสวนลอยบาบิโลน ขึ้นแท่น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก แต่กลับต้องใช้เวลาล็อบบี้ยาวนานถึง 36 ปีกว่าจะสำเร็จในครั้งนี้
สาเหตุที่ยื้อมานานเพราะกว่าอิรักเกิดสงครามและความไม่สงบ กว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลาร้ายๆ และเริ่มบูรณะนครบาบิโลนอย่างจริงจังก็เพิ่งไม่นานมานี้
นครบาบิโลนจึงเป็นอีกตัวอย่างว่า การขอเป็นมรดกโลกนั้นไม่ง่าย ต่อให้มีชื่อเสียง แต่ถ้ายังไม่ชัดเจนว่า มีคุณค่าโดดเด่นเป็นสากล ต่อมวลมนุษยชาติ ก็ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ต่อไป
ดังนั้นกรณีของไทยที่กลุ่มป่าแก่งกระจานยังไม่ได้เป็นมรดกโลก ต้องหาทางแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงก่อน โดยเฉพาะประเด็นกลุ่มชาวบ้านที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์และอาศัยอยู่ในป่า
นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา ยกตัวอย่างทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นมรดกโลกมา 28 ปีแล้ว ไม่ใช่แค่เพราะป่า แต่ยังรวมชีวิตคนด้วย
ที่ทุ่งใหญ่ฯ มีชาวกะเหรี่ยงกว่าพันคนอาศัยอยู่ด้วยกัน 6 หมู่บ้าน ชาวบ้านดำเนินชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม ทำไร่หมุนเวียนได้ และเป็นส่วนสำคัญที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ดูแลป่าให้อุดมสมบูรณ์
แต่กรณีป่าแก่งกระจาน ยังไม่มีการแก้ปัญหาในพื้นที่ หน่วยงานรัฐไม่ยอมรับการมีตัวตนของชาวกะเหรี่ยง และยังไม่ได้แก้ไขปัญหาอพยพย้ายชาวกะเหรี่ยงใจแผ่นดินบางกลอยบน ออกจากชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม
ชาวกะเหรี่ยงกลุ่มนี้ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเผาบ้านและยุ้งข้าว จนต้องเอาเรื่องขึ้นมาสู้กันในศาลปกครอง และมีคำพิพากษายืนยันว่าพวกเขาเป็นคนท้องถิ่นดั้งเดิม
แต่ผู้อาวุโสที่ชาวกะเหรี่ยงนับถืออย่าง ปู่คออี้ สิ้นใจไปเมื่อวันที่ 5 ต.ค.2561 ขณะอายุ 107 ปี โดยวาระสุดท้ายก็ไม่ได้กลับไปตายที่ถิ่นเกิด
ส่วน บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ แกนนำชาวบ้านที่ต่อสู้เรียกร้องเพื่อสิทธิของคนกะเหรี่ยง หายตัวไปในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย.2557 หลังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ควบคุมตัว แต่ก็หาคำตอบให้ครอบครัวและชุมชนไม่ได้
ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนเหล่านี้จึงขัดแย้งกับ คุณค่าโดดเด่นเป็นสากล ที่จะเป็นมรดกโลก

