สถานีคิดเลขที่ 12 : ปชน.สู้ต่อไป

17.09.24 | 11:41 น.

ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 บ่งบอกว่า ผลการเลือกตั้งมีความไม่แน่นอน

หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 พรรคก้าวไกลคว้าชัยชนะ มี ส.ส.เข้าไปนั่งอยู่ในสภามากที่สุด

ความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนั้นทำให้พรรคการเมือง และเครือข่ายมีการปรับตัว

มีข้อสรุปว่าพรรคก้าวไกลปลุกกระแสได้ดี เพราะนโยบายตอบโจทย์ประชาชนมากกว่า

แต่หลังจากวันนั้นมาถึงวันนี้ การแข่งขันเพื่อชิงชัยชนะเลือกตั้งยังคงมีอยู่

Advertisement

การลาออกจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดก่อนกำหนด กำลังกลายเป็นกลยุทธ์ในการตอบโต้ “กระแส”

ตามวาระแล้ว นายก อบจ. และสมาชิก อบจ.จะครบวาระปลายปีนี้ แต่เมื่อนายก อบจ.ทยอยลาออกเพื่อเลือกตั้งใหม่ได้ ทำให้แชมป์เก่าได้เปรียบ

นายก อบจ. หลายจังหวัดเริ่มลาออก และเลือกตั้งใหม่

กลยุทธ์นี้ทำให้ “กระแส” ไม่ได้เปรียบ ขณะเดียวกัน บรรดา “บ้านใหญ่” ในแต่ละจังหวัดก็เริ่มจับมือกัน หลายพื้นที่ นายก อบจ.แชมป์เก่าจึงได้หวนคืนเก้าอี้

ปัจจัยสู่ที่จะชนะเลือกตั้งจึงไม่ใช่มีเพียงกระแส หากยังมีปัจจัยอื่น เช่น ความเชื่อมั่นในพรรค ผลงานในอดีต ความนิยมในตัวผู้สมัคร ฐานคะแนน และอื่นๆ

นี่คือการบ้านของพรรคประชาชนที่ต้องหาวิธีแก้เกม

ขณะเดียวกัน เมื่อผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 ออกมา

การเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้สมัครลงชิงชัยกันแค่ 2 พรรค

หมายเลข 1 โพล์ค-ณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ จากพรรคประชาชน

หมายเลข 2 บู้-จเด็ศ จันทรา จากพรรคเพื่อไทย

หลังจากนับคะแนนครบ พบว่า หมายเลข 1 ได้ 30,640 คะแนน ส่วนหมายเลข 2 ได้คะแนน 37,209

พรรคเพื่อไทยชนะพรรคประชาชนไป 6,569 คะแนน

เป็นชัยชนะที่พรรคเพื่อไทยต้องภาคภูมิใจ เพราะพื้นที่นี้พรรคเพื่อไทยไม่เคยชนะมาก่อน

และตอนช่วงต้นของการประชันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชน ดูเหมือนว่าพรรคประชาชนจะได้เปรียบ กระทั่งเวลาผ่านไปคะแนนจึงสูสีตีคู่มาจนชนะ

น่าสังเกตว่า การต่อสู้ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชนในครั้งนี้ นอกจากจะสู้กันระหว่างพรรคต่อพรรคแล้ว ยังมีสถานะของความเป็นพรรครัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน ด้วย

นี่แสดงว่า การเลือกตั้งแต่ละครั้งมีปัจจัยที่ต้องทบทวนทุกครั้ง

ผลการเลือกตั้งทุกสนามเลือกตั้ง จึงเป็นการบ้านที่ให้พรรคประชาชน ภายใต้การนำของ เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค นำไปขบคิด

การเลือกตั้งนายก อบจ. และสมาชิก อบจ. ที่จะต้องมีขึ้นเรื่อยๆ พรรคประชาชนจะแก้เกมอย่างไร

หากมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.อีก พรรคประชาชนจะแก้เกมอย่างไร

ขณะนี้พรรคประชาชนมี ส.ส. 143 คน โดยมี ส.ส. 44 คนที่ต้องลุ้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีจริยธรรมที่เข้าชื่อเสนอแก้ไขมาตรา 112

การแก้โจทย์การเลือกตั้งก่อนจะถึงการเลือกตั้งใหญ่จึงมีความสำคัญไม่น้อย

ความจริงแล้ว การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. และเลือกตั้ง นายก อบจ.ที่ผ่านมา เปรียบประดุจสนามประลองการเลือกตั้งของทุกพรรค

แต่ผลการเลือกตั้งทั้งหมด น่าสนใจตรงการปรับตัวของพรรคการเมือง

โดยเฉพาะพรรคประชาชนที่ต้องลงสู้ศึกในครั้งต่อๆ ไป

พรรคประชาชนต้องทำการบ้าน ทำอย่างไรถึงจะเพิ่มคะแนนศรัทธาให้มากขึ้น

มากขึ้นไปจนถึงระดับที่สามารถชนะการเลือกตั้ง

เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาชัยชนะจากการเลือกตั้งคือประตูนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

ณ เวลานี้ต้องให้กำลังใจพรรคประชาชนให้สู้ต่อไป

นฤตย์ เสกธีระ