สถานีคิดเลขที่ 12 : แนวโน้มที่ดี
ถ้าถามว่าเส้นทางของ “รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร” กำลังมีแนวโน้มเดินหน้าไปด้วยดีใช่หรือไม่?
คำตอบก็ต้องเป็น “ใช่”
ภาพหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ การยกทีมผู้นำรัฐบาล ซึ่งมีภาระหน้าที่เกี่ยวข้อง เดินทางขึ้นเหนือไปสำรวจ-ตรวจสอบ-แก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่จังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ซึ่งนับเป็นปฏิกิริยาอันรวดเร็ว-ว่องไว ที่สนองตอบต่อความต้องการของประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้ดี
ทั้งยังมีการ “รับลูก” จากคนที่อาสาเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาหน้างานก่อนหน้านี้อย่างทันท่วงที
เช่น เมื่อ “บก.ลายจุด-สมบัติ บุญงามอนงค์” ให้สัมภาษณ์สื่อว่า อยากให้รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม อย่าง “พี่อ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย” นำทีมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม (ศปช.) ขึ้นไปสำรวจปัญหาในพื้นที่บ้าง
รองนายกฯ และทีม ศปช. ก็ตอบสนองเรื่องนี้ภายในเวลาไม่นาน
หรือเมื่อ บก.ลายจุด ออกไอเดียว่า รัฐบาลน่าจะส่งบุคลากรระดับ “รัฐมนตรีช่วย” ที่สื่อสารกับนายกฯ ได้โดยตรง ขึ้นไปบัญชาการสถานการณ์น้ำท่วมแบบยาวๆ โดยระบุชื่อ “ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์” รมช.มหาดไทย จากพรรคเพื่อไทย ขึ้นมา
รัฐบาลก็จัดตั้ง ศปช.ส่วนหน้า โดยให้ธีรรัตน์ พร้อมด้วย “พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์” รมช.กลาโหม และ “จิรายุ ห่วงทรัพย์” ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เข้าไปประจำการในพื้นที่อุทกภัยเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
ในเรื่องน้ำท่วมภาคเหนือ จึงต้องถือว่ารัฐบาลแพทองธารลงมือปฏิบัติงานได้อย่างแคล่วคล่องว่องไว และตั้งใจรับฟังเสียงสะท้อนของผู้ประสบปัญหาหรือผู้มองเห็นปัญหามาก่อน
จากสภาพการณ์ข้างต้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ที่ผลโพลซึ่งเผยแพร่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะสะท้อนว่าคะแนนนิยมในฐานะ “ผู้นำทางการเมือง” ของ “แพทองธาร ชินวัตร”นั้นเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ และฉีกนำผู้นำทางการเมืองคนอื่นๆ ออกไปชัดเจน
โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่พรรคฝ่ายค้านหลักอย่าง “ประชาชน” กำลังอยู่ในสภาวะเปลี่ยนผ่านอีกหน หลัง “ก้าวไกล”
เพิ่งโดนยุบ และหัวหน้าพรรคคนใหม่คือ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ยังรอเวลาสั่งสมบารมีทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสุดที่แพทองธารเคยมีคะแนนนิยมนำหน้าหัวหน้าพรรคการเมืองคนอื่นๆ ในโพล
เพราะในช่วงประมาณ 1 ปี จนถึงไม่กี่เดือน ก่อนการเลือกตั้งปี 2566 คะแนนนิยมของเธอ รวมถึงพรรคเพื่อไทย ก็เคยนำหน้าคนอื่นๆ พรรคอื่นๆ มาแล้ว แม้กระทั่ง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” และก้าวไกล ก็ยังไม่ใช่คู่เทียบที่สูสี
ทว่า ท้ายสุด พรรคเพื่อไทยกลับพ่ายแพ้การเลือกตั้งใหญ่อย่างพลิกล็อก เพราะแสดงเจตจำนงและอุดมการณ์ทางการเมืองได้ไม่ชัดเจนหนักแน่นเท่าพรรคคู่แข่ง ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อโค้งสุดท้าย
นี่จึงเป็นการบ้านใหญ่สำหรับแพทองธารและพรรคเพื่อไทย ว่านอกจากการแจกเงินหมื่นตามสัญญา การแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างกระฉับกระเฉง และผลงานเชิงรูปธรรมอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องความเป็นอยู่ของประชาชน ที่จะมีตามมาแล้ว
พวกเขาจะเอาอย่างไร? กับการแก้ปัญหาโครงสร้างทางการเมือง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่มากที่ประชาชนทุกคนทุกฝ่ายมองเห็น
ถ้าแพทองธารและเพื่อไทยยังไม่มีอะไรชัดเจนหนักแน่นในเรื่องนี้ การเลือกตั้งทั่วไปหนหน้าก็จะยังเป็น “ศึกหนัก” ของพวกเขาอยู่
ปราปต์ บุนปาน

