สถานีคิดเลขที่ 12 : ชะรอย ในดวงใจของนักบวช…
“หว่างเสียงนก
ใบไม้ต้องลมตะวันตก พลิ้วผล็อย
ขณะคว้างกลางทางระหว่างลอย
ใบไม้เองก็ยังคล้อย ในภวังค์ฟังเสียงนก
รู้ว่าอยู่แต่ก็เร้นเห็นเพียงเสียง
แนบผิวเคียงมากับลมตะวันตก
ท่วงทำนองบางกังวานพานสะทก
สะพือใบไม้ราวจะวกคืนจากดิน
สาธยาย สาธยาย ร่ายมนต์ใด
เพริดดวงใจนักบวชให้ผกผิน
เลือนลืมวัตรปฏิบัติเป็นอาจิณ
แทบลืมสิ้น แท่น เทียน ธูป รูปปฏิมา
ชะรอย ในดวงใจของนักบวช
ก็เจ็บปวดระหว่างการแสวงหา
คำสอน เจ้าลัทธิ ศาสดา
บางขณะเลือนพร่ากว่าเสียงนก”
ข้างต้นคือบทกวีคลาสสิกที่มีชื่อว่า “วิหารน้อยฟังเสียงนก” ผลงานการประพันธ์ของ “ไม้หนึ่ง ก. กุนที” ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์เมื่อเกือบๆ สามทศวรรษก่อน และถูกนำไปตีพิมพ์ซ้ำในหนังสือรวมบทกวี “บางเราในนคร” อันเป็นผลงานรวมเล่มชิ้นแรกของเจ้าตัว
ในยุคสมัยดังกล่าว ไม้หนึ่งยังเป็นบทกวีที่เชื่อมั่นในความดีความงาม ของมนุษย์ ยังคล้ายจะเชื่อมั่นในคุณค่า ความเชื่อและวัฒนธรรมดั้งเดิมของสังคม และเหมือนจะเชื่อมั่นว่าสถาบันทางสังคมทั้งหลาย ที่กำลังผุพังล้าหลังไปตามกาลเวลา ย่อมสามารถปรับเปลี่ยนตนเองให้มีที่ทางในโลกใบใหม่ได้อย่างมั่นคง
รวมทั้ง “สถาบันศาสนา” ด้วย
(ก่อนที่กวีผู้นี้จะผันตัวเองไปเป็น “กวีการเมือง” ที่ร่วมต่อสู้กับกลุ่มคนเสื้อแดง และต้อง “เสียชีวิต” เพราะการสังหารทางการเมือง โดยหาผู้กระทำความผิดไม่ได้มาจนถึงปัจจุบัน)
ที่บอกว่า “วิหารน้อยฟังเสียงนก” คือบทกวีคลาสสิก ก็เป็นเพราะแม้เมื่อนำผลงานชิ้นนี้มาอ่านซ้ำในทศวรรษ 2550 และ 2560 ประเด็นหลักที่บทกวีสื่อสารก็ยังคงมีความคมคาย-ชวนขบคิดตีความต่อได้อยู่เสมอ
ในบริบทแรกเริ่ม ไม้หนึ่งน่าจะเขียนบทกวีของเขา ด้วยความวิตกกังวลว่าสถาบันศาสนา จะผันผวน ปรวนแปร เรรวน และละเมิดหลงลืมหลักคำสอน-วัตรปฏิบัติของตน จากอิทธิพลที่แผ่เข้ามาของ “เสียงนกจากลมตะวันตก”
แน่นอน สำหรับสถานการณ์ช่วงปลายทศวรรษ 2530 ต่อต้น 2540 ที่ดำเนินคู่ขนานไปกับวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง “เสียงนกจากลมตะวันตก” จะหมายถึงอะไรไปไม่ได้ นอกจาก “กระแสโลกาภิวัตน์” อันมี “ฝรั่ง” และ “ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมของฝรั่ง” เป็น “ผู้ร้ายระดับสูงสุด”
อย่างไรก็ดี เมื่อมา “อ่านใหม่” บทกวี “วิหารน้อยฟังเสียงนก” ในสภาวะปัจจุบัน ผู้อ่านย่อมสามารถตีความและคิดต่อไปได้กว้างไกลและลึกซึ้งซับซ้อนกว่านั้นว่า “เสียงนก” ที่คุกคาม กร่อนเซาะ บ่อนทำลาย “สถาบันศาสนา” โดยเฉพาะ “พุทธศาสนา”
อาจมิใช่ “เสียงนก” ที่มาพร้อมกับ “กระแสลมของทุนนิยมตะวันตก” จากภายนอกอีกแล้ว
หากเป็น “เสียงนก” ที่แนบผิวเคียงมากับ “กระแสลมภายใน” หรือผุดขึ้นมาจาก “หน่อเนื้อ-ผืนดิน” ของสังคมไทยเอง
อาทิ “เสียงนก” จาก “ธุรกิจขายตรง/แชร์ลูกโซ่ซ่อนรูป”เป็นต้น
ปราปต์ บุนปาน

