สถานีคิดเลขที่ 12 : ยูดาส

27.10.24 | 12:33 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : ยูดาส

อาหารค่ำ มื้อแรกกับพรรคร่วมรัฐบาล หลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นไปอย่างชื่นมื่น

ชื่นมื่นอย่างที่นายกฯให้คำอธิบาย

นั่นคือ ให้เรื่องที่พรรคร่วมเห็นไม่ตรงกันหรือละเอียดอ่อนไปว่ากันใน “สภา”

ซึ่งหากเป็นไปตามแนวทาง ที่วางไว้ นี้

Advertisement

อาหารมื้อค่ำอันชื่นมื่น ของพรรคร่วมรัฐบาล คงมีอีกหลายมื้อ

ส่วนอาหารมื้อสุดท้าย หรือ The Last Supper อันน่ากลัว ตามความเชื่อของชาวคริสต์ คงไม่เกิด หรือมาไม่ถึงง่ายๆ

ขณะที่ “สภา” ซึ่งถูกโยนให้เป็น “สมรภูมิ” การเมืองนั้น

ได้ปรากฏความดุเดือด ตั้งแต่ อาหารมื้อค่ำของพรรคร่วมรัฐบาล ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์

นั่นก็คือ ผลการโหวตในญัตติพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม

ซึ่งไปคนละทิศละทาง โดยเฉพาะประเด็น ข้อสังเกต ที่เกี่ยวโยงกับคดีอาญามาตรา 112

ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยเอง ที่ตามข่าวระบุว่า ก่อนการประชุมวิปมีมติ ให้ส่งผลการศึกษาและข้อสังเกตให้รัฐบาล

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงตอนโหวต ส.ส.เพื่อไทยถึง 115 คน สวนมติวิป โหวตล้มข้อสังเกตของกรรมาธิการฯ

ซึ่งไม่รู้เป็นเกม “ไพ่หลายหน้า” หรือไม่

แต่ก็สะท้อนถึงความละล้าละลังของพรรคแกนนำรัฐบาล จนทำให้ไม่มีพลังทางการเมือง พอที่จะกำหนดให้ทั้งคนในพรรคและนอกพรรค ร่วมเดินไปตาม “วาระ” ของพรรคได้

ซึ่งตรงนี้ อาจมีผลในระยะยาว เพราะ ส.ส.ทั้งในและนอกพรรค โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลอาจใช้เป็นบรรทัดฐานในการขัดหรือไม่ทำตามมติวิปได้

ทำให้ วาระสำคัญอื่นๆ ที่จะถูกนำเสนอต่อสภาในอนาคต จะไม่อยู่ในภาวะ “ชื่นมื่น” เพราะต้องคอยระมัดระวังตลอด

ในพรรคเพื่อไทยอาจจะพอคุยได้ง่ายหน่อยในการเดินทางไปในทิศทางเดียวกัน

แต่สำหรับ พรรคร่วมอื่น คงต้องได้ลุ้นกันตลอด

ปรากฏการณ์ ที่พรรคร่วม โหวตคว่ำไม่รับข้อสังเกตของกรรมาธิการต่อพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม อาจเกิดขึ้นได้เสมอ

โดยเฉพาะ ในเรื่องละเอียดอ่อน ที่ตอนนี้รออยู่ในสภาหลายเรื่อง ไม่ว่าเรื่องนิรโทษกรรม เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

และที่กำลังจะถูกนำเสนอต่อสภาในอนาคต โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย

ไม่ว่าเรื่อง เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เรื่องการเจรจาเขตทับซ้อนทางทะเลของไทย-กัมพูชา เป็นต้น

เรื่องเหล่านี้เราได้เห็นความไม่ลงรอย ภายในพรรคร่วมอย่างชัดเจน

และอาจจะเกิดปรากฏการณ์ “โหวตไปคนละทาง” ขึ้นอีกครั้งและอีกครั้ง

ซึ่งนั่นย่อมส่งผลสะเทือนทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บนโต๊ะอาหารค่ำของพรรคร่วม อาจจะชื่นมื่น แต่ในอีกห้อง อย่าง ห้องประชุมสภา ที่ไม่มีงานเลี้ยงนั้นมากด้วยความไม่แน่นอน

และยิ่งหาก เกิด ศาลรัฐธรรมนูญ รับวินิจฉัย เรื่องที่ “นักร้อง” แห่ยื่นเพื่อคว่ำรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ขึ้นมา

ซึ่งแม้จะยังไม่วินิจฉัยว่าผิดหรือไม่ผิด ก็ตาม

แต่ก็ย่อมสร้างบรรยากาศ “ความไม่แน่นอนทางการเมือง” ให้เกิดขึ้น

และย่อมส่งผลให้ พลังและอำนาจต่อรองของพรรคเพื่อไทย ถดถอยลงด้วย

ซึ่งเมื่อถึงทีเด็ดทีขาด หรือได้เสียทางการเมือง

ในอนาคต บนโต๊ะอาหารอันชื่นมื่นอาจเกิดคนอย่าง “ยูดาส” ในตำนาน The Last Supper ขึ้นได้

ยูดาส เป็นใคร และมีบทบาทอย่างไร

คงไม่ยากสำหรับ คนการเมือง ที่จะค้นหาและทำความรู้จัก

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร