สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘เกาะกูด’ ในมุมมอง ‘จักรภพ’

11.11.24 | 11:56 น.
‘เกาะกูด’ในมุมมอง‘จักรภพ’

เวลานี้ หนึ่งในคนที่พูดอธิบายเรื่องปัญหา (ดราม่า) “เกาะกูด” ในพื้นที่สื่อได้ชัดเจนและเข้าใจง่าย ก็คือ จักรภพ เพ็ญแข ดังที่เขาเพิ่งให้สัมภาษณ์กับมติชนทีวีไปเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดยมีเนื้อหาบางส่วนตามนี้

“…ผมก็ยังต้องพูดจุดยืนเดิม ความจริงผมก็สนิทกับรัฐบาล คือ (รัฐบาล) ต้องทำให้ดีกว่านี้

“การอธิบายความ ต้องอย่าไปรอจนกระทั่ง “ยาพิษ” บางอย่างที่คนพยายามจะหยอดเข้ามา มันซึมอยู่ในใจของคน จนเขาเชื่อแล้วว่าเป็นอย่างนั้น 

“พูดง่ายๆ ว่าสื่อสารช้าก็ไม่ได้ สื่อสารน้อยเกินไปก็ไม่ได้ ผมเข้าใจในฐานะที่เป็นโฆษกรัฐบาลเก่า การไปเปิดแง้มให้มันมากนี่ก็อันตราย แต่น้อยเกินไปอันตรายกว่า เนื่องจากคนจะคิดเลยเถิดไป แล้วบอกรัฐบาลพยายามจะเหมือนกับไปทีละท่อนๆ ทั้งที่ความจริง เรื่องมันอธิบายได้โดยไม่ยาก

Advertisement

“ถ้ารัฐบาลกำหนดจุดยืนตัวเองว่าเรื่องนี้ไม่ต้องรีบมาก รัฐบาลจะกลับมามีไพ่เหนือในเรื่องนี้…”

“…การเมืองไม่มีสิทธิมาอ้าง ว่าทำไมฝ่ายตรงข้ามแรงเหลือเกิน ไม่ออมมือเลย มันเป็นหน้าที่ที่เราต้องรับ คือแรงมาก็ต้องตอบไป มันไม่มีวิธีที่จะโอดครวญหรือคร่ำครวญ อันนี้ผมถือเป็นหลักส่วนตัว

“กลับมาเรื่องนี้ ผมคิดว่าการเล่าถึง “ผลประโยชน์แห่งชาติ” มันยังไม่ครบภาพในหลายเรื่อง ถามว่ามีอะไรบ้างที่หายไป

“หนึ่ง เอาแผนที่มาดูกันให้ชัดเจน ไม่ดูเฉพาะตรงนั้นหรือแผนที่เฉพาะสองฉบับ แผนที่ที่เกี่ยวข้องมีสิบกว่าฉบับ ทำไมดูอยู่แค่สอง 

“สอง ได้เคยพูดสักคำไหมว่า ถ้าหากประเทศไทยมีส่วนแบ่งจากหลุมน้ำมันและแก๊สอันนี้ ประโยชน์จะเกิดกับประเทศชาติอย่างไรบ้าง คุณต้องอธิบายเหมือนกัน เพราะต้องมองให้เห็นภาพข้างหน้า แล้วจะได้เข้าใจในการถกเถียงในปัจจุบัน 

“สาม เคยพูดบ้างหรือเปล่าว่า 7-8 หลุมก่อนหน้านี้ ไทยได้ประโยชน์น้อยมาก รัฐบาลใครบ้างก็ไม่รู้แหละ เพราะฉะนั้น มาถึงหลุมสุดท้ายแล้วจะเป็นจะตายกันนี่ เอาให้มันอยู่บนฐานของความเป็นจริงหน่อย เพราะนี่ก็คือข้าวหม้อเกือบสุดท้ายเหมือนกันในแง่แก๊สกับน้ำมัน 

“แต่แน่นอน โลกก็จะไปทางพลังงานสะอาด เราก็ไม่ได้หวังตรงนี้เต็มที่ แต่มันก็ทำให้เราดูแลตัวเองได้ไปอย่างน้อย 10-15 ปี อันนี้ตัวเลขผมเองนะ…”

“…คำว่าความรักชาติเดี๋ยวนี้มีสองคำ 

“ลัทธิชาตินิยมเขาเรียกว่า “Nationalism” คือยึดถือว่าชาติเรามีเอกลักษณ์อย่างนี้ อัตลักษณ์อย่างนี้ เราเป็นอย่างนี้ เราถึงเป็นชาติไทยหรือเป็นคนไทย 

“อีกคำหนึ่งคือว่า “Patriotism” ซึ่งหลายคนเขามองในแง่ลบและแปลว่าคลั่งชาติ แต่ความจริงแปลว่ารักชาติอย่างแรงกล้าก็ได้ มันแรงกว่า Nationalism คือมันออกมาในทางต้องออกไปสู้ ซึ่งนักการเมืองบางสมัยชอบใช้ในการเร้ากระแสประชาชน เพราะรู้ว่าคนไทยเป็นคนรักชาติ 

“ขณะเดียวกัน ขอโทษนะ ต้องพูดตรงๆ ก่อนหน้านี้ ไม่เฉพาะ (ยุค) ที่ผ่านมา แต่นานก่อนหน้านี้อีกหลายยุค ได้มีการวางยาพิษเกี่ยวกับเพื่อนบ้านไว้ทั่วเลย เมียนมาก็ไม่ดี ลาวก็ไม่ดี กัมพูชาก็ไม่ดี มาเลเซียก็ไม่ดี เพื่อจะให้คนไทยรู้สึกว่าเราเหนือคนอื่น นี่เป็นความคิดที่ผิดมาตั้งแต่แรก

“เพราะฉะนั้น การที่หยิบเรื่องนี้มาเป็นกลเกม ก็เพราะว่าไปงัดเอาความรู้สึกเก่า ซึ่งมันยังล้างออกไม่หมด มาใช้ อันนี้ก็ถือว่าไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่…”

ปราปต์ บุนปาน