การเลือกตั้งนายก อบจ.ปีนี้ดุเดือดเผ็ดมัน สนามการประลองในท้องถิ่นส่งผลถึงการเมืองระดับชาติ
การเลือกตั้งนายก อบจ.สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามี 4 จังหวัด
วันเสาร์ คือ เลือกตั้งนายก อบจ.สุรินทร์ วันอาทิตย์ คือ เลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี นครศรีธรรมราช และเพชรบุรี
จาก 3 จังหวัดที่เลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ มี 2 จังหวัดที่ได้รับการกล่าวขานถึง
นั่นคือ ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช และเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี
ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช นอกจากจะเป็นการล้มแชมป์เก่าแล้วยังเป็นการทาบบารมีพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย
การเลือกตั้งที่นครศรีธรรมราชครั้งนี้คู่แข่งสำคัญ คือ นางกนกพร เดชเดโช อดีตนายก อบจ. และ น.ส.วาริน ชิณวงศ์ อดีต ประธานสภาหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช
ทั้ง 2 คนลงในนามกลุ่ม แต่กระแสข่าวพาดพิงไปถึงพรรค
นางกนกพรได้รับเสียงเชียร์จากประชาธิปัตย์ ส่วน น.ส.วาริน มีแรงหนุนจากภูมิใจไทย
ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการพบว่า น.ส.วาริน ได้รับชัยชนะด้วยคะแนนกว่า 3 แสนคะแนน ขณะที่ นางกนกพร เดชเดโช แชมป์เก่า ได้ 2.9 แสนคะแนน
แม้วิเคราะห์จากคะแนนแล้ว น.ส.วารินจะชนะในเขตอำเภอใหญ่อย่างอำเภอเมืองและอำเภอทุ่งสง ส่วนนางกนกพรยังเก็บคะแนนได้จากอำเภอที่เหลือ
แต่ชัยชนะครั้งนี้ก็ทำให้สนามเลือกตั้งนายก อบจ.ในพื้นที่ภาคใต้ถูกจับตามอง
อย่าลืมว่า การเลือกตั้งในระยะหลังมีพรรคการเมืองอื่นๆ เข้ามาชิงพื้นที่ภาคใต้จากพรรคประชาธิปัตย์เสมอ
กระทั่งปัจจุบันจับตามองที่พรรคภูมิใจไทย
เมื่อสนามท้องถิ่นแต่เป็นจังหวัดใหญ่อย่างนครศรีธรรมราชพ่ายแพ้ แถมผู้สมัครก็เป็นแม่ของแกนนำประชาธิปัตย์
ผลที่ออกมาย่อมสะเทือนการเมืองระดับชาติ
ขณะที่สนามเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ที่ถือเป็นเมืองหลวงคนเสื้อแดง
ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรฯ ปรากฏว่า นายศราวุธ เพชรพนมพร หมายเลข 2 จากพรรคเพื่อไทย คว้าชัยชนะไปด้วยคะแนน 327,487 คะแนน
ขณะที่ นายคณิศร ขุริรัง หมายเลข 1 จากพรรคประชาชน ได้ 268,675 คะแนน
ชัยชนะครั้งนี้พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าเป็นเพราะคนอุดรฯยังคงรักเพื่อไทย และนิยมนายทักษิณ ชินวัตร ที่ขึ้นไปช่วยหาเสียง
คะแนนที่ออกมาปรากฏว่า ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยชนะผู้สมัครจากพรรคประชาชน 19 อำเภอจากทั้งหมดที่ 20 อำเภอ เหลือเพียงอำเภอหนองวัวซอเท่านั้นที่แพ้ไปไม่ถึงร้อยคะแนน
ชัยชนะครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการต่อสู้อย่างหนักจากพรรคประชาชน ที่มีทั้ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายชัยธวัช ตุลาธน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และแกนนำคนอื่นๆ ไปช่วยหาเสียง
แม้เมื่อเปรียบเทียบคะแนนกับการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมาแล้วพบการเติบโตของคะแนนทางฝ่ายพรรคประชาชน แต่คะแนนที่ปรากฏก็ยังห่างจากผู้คว้าชัยไปครึ่งแสน
นอกจากนี้ชัยชนะของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่อุดรฯ ที่เพื่อไทยเชื่อมั่นว่าเป็นเพราะนายทักษิณ
เมื่อผนวกกับผลจากมติศาลรัฐธรรมนูญที่ยกคำร้องกรณีล้มล้างการปกครองฯ ก็ยิ่งทำให้ขวัญกำลังใจของคนเพื่อไทยมีมากขึ้น
ความเชื่อมั่นของพรรคฝ่ายรัฐบาลที่มีมากขึ้นย่อมส่งผลไปถึงพลังการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล
หากผลการตอบรับจากประชาชนล้นหลาม และ “นักร้อง” ไม่สามารถบั่นทอน “เพื่อไทย” ไปได้
สิ้นปีนี้และต้นปีหน้า คนไทยคงได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไป
ณ เวลานี้ เพื่อไทยมาแรง
นฤตย์ เสกธีระ

