สถานีคิดเลขที่ 12 : ศึกอบจ.สู่เลือกตั้งส.ส.

27.11.24 | 11:37 น.

ผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุดรธานี เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ต้องถือไม่เหนือความคาดหมาย ตามแนววิเคราะห์ทางการเมืองของหลายฝ่าย

เมื่อ “ป๊อป” ศราวุธ เพชรพนมพร ผู้สมัครเบอร์ 2 จากพรรคเพื่อไทย (พท.) คว้าชัยชนะด้วยแต้ม 327,487 คะแนน เหนือคู่แข่งคนสำคัญอย่าง “ทนายแห้ว” คณิศร ขุริรัง ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคประชาชน (ปชน.) ที่ได้ 268,675 คะแนน และ “ดนุช ตันเทอดทิตย์” ผู้สมัครเบอร์ 3 กลุ่มวิถีใหม่ ที่ได้  17,224 คะแนน จากผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ 646,881 คน คิดเป็น 52.17% ของมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,240,066 คน ทั้ง 20 อำเภอ

สนามเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ถูกยกระดับเทียบเท่าการเมืองระดับชาติ อย่างการเลือกตั้ง ส.ส. เพราะทั้งสองพรรคหลัก อย่าง พรรค พท. และพรรค ปชน. ส่งผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ระดับ “บิ๊กเนม” ลงสู้ศึกกันเต็มที่

พรรค พท. นำโดย “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี  ส่วนพรรค ปชน. นำทัพโดย “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ประธานที่ปรึกษาคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน

ขึ้นเวทีปราศรัย นำเสนอนโยบายทั้งภาพใหญ่ที่เชื่อมโยงกับการบริหารงานของรัฐบาล และนโยบายการพัฒนาพื้นที่ใน จ.อุดรธานี

Advertisement

ผลคะแนนที่ “ศราวุธ” พรรค พท. เอาชนะ “คณิศร” พรรคปชน. มีความห่างอยู่ที่ 58,812 คะแนน แม้จะเป็นช่องว่างที่ไม่มากพอตามที่ แกนนำพรรค พท. ต้องการทิ้งห่างระดับหลักแสนแต้มขึ้นไป

เนื่องจากต้องการพิสูจน์บารมีทางการเมืองของ “ทักษิณ” ผู้นำจิตวิญญาณคนสำคัญของพรรค ที่หวนคืนสนามหาเสียงเลือกตั้งในรอบ 17 ปี

โดยคะแนนของพรรค พท. ที่ได้มา 327,487 คะแนน นั้น เมื่อเทียบกับผลการเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ในปี 2563 ที่พรรค พท. ส่ง “วิเชียร ขาวขำ” คว้าชัยชนะมาได้ที่ 325,933 คะแนน ในทางสถิติ ถือว่าได้คะแนนเพิ่มขึ้น 1,554 คะแนน จึงเท่ากับว่า พรรค พท. ทำการบ้านของตัวเองได้ตามเป้า รักษาฐานคะแนนของตัวเองไม่ให้น้อยไปกว่าเดิม

ขณะที่คะแนนของ “คณิศร” พรรค ปชน. ที่ได้ 268,675 คะแนน แม้จะแพ้ในผลการเลือกตั้ง แต่คะแนนที่ได้มา เมื่อเทียบกับสมัยที่คณะก้าวหน้า หนึ่งในกลุ่มการเมือง “สีส้ม” แนวร่วมเดียวพรรค ปชน. ส่ง “ฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์” ลงเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี เมื่อปี 2563 ได้แต้มไป 185,801 คะแนน

ถือว่าพรรคตระกูลสีส้ม ได้คะแนนเพิ่มขึ้นถึง 82,874 คะแนน ในทางการเมืองถือว่ามีนัยยะให้แกนนำพรรค ปชน.นำไปคิดวิเคราะห์ ถอดรหัสต่อ เพื่อเตรียมพร้อมทั้งในสนามเลือกตั้งนายก อบจ. ที่จะชิงชัยพร้อมกันในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 และการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2570

แม้การเลือกตั้งท้องถิ่น อย่างนายก อบจ. จะมีปัจจัยทางการเมืองต่างกับการเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้าที่เปิดโอกาสให้คนทำงานและนักศึกษาที่อยู่ต่างพื้นที่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

โดยคะแนนการเลือกตั้งล่วงหน้า ส่วนใหญ่มักถูกวิเคราะห์ว่าจะเป็นคะแนนเสียงสำคัญของพรรคสีส้ม

ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นจะมีปัจจัยเรื่องฐานเสียง เครือข่ายหัวคะแนน ระบบการเมืองแบบบ้านใหญ่ที่ปัจจุบันต่างเรียนรู้ มีการปรับตัวและกลยุทธ์ทางเมืองในทุกมิติ เพื่อให้แข่งขันกับพรรค ปชน. ในทุกสนามเลือกตั้ง

จากนี้จนถึงวันเลือกตั้ง ทั้งนายก อบจ. และการเลือกตั้งทั่วไป ยังมีเวลาให้ทุกพรรคได้ถอดรหัสในทุกปัจจัย โดยมีเป้าหมาย คือ คว้าชัยชนะการเลือกตั้ง