ขยายเป็นประเด็นดราม่าทางการเมือง เมื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจง เรื่องแนวทางการช่วยเหลือ ในสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อมีประเด็นที่นายกฯ ยกตัวอย่างในเชิงเปรียบเทียบว่า รัฐบาลไม่ได้ละเลยหรือทอดทิ้งการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนภาคใต้ ที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ ที่สื่อสารออกมาว่า
“คำว่าละเลยภาคใต้ สามีเป็นคนใต้ ครอบครัวสามีเป็นคนใต้ ถ้าละเลยคนใต้ ไม่รักคนใต้ แต่งงานคนใต้ไม่ได้นะคะ”
ทั้งที่การสื่อสาร แนวทางและมาตรการการช่วยเหลือ ประชาชนภาคใต้ ที่ประสบอุทกภัยในขณะนี้ ของนายกฯ ในฐานะผู้นำรัฐบาล มีทั้งเนื้อหา สาระสำคัญ ตลอดจนแนวทางการช่วยเหลือประชาชน ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ระดมสรรพกำลังลงไปช่วยประชาชนอย่างทันท่วงที เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างครบถ้วน
เพราะรัฐบาลมีประสบการณ์ในการแก้วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ที่ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ ผ่านการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) มาแล้ว
แต่เมื่อเกิดทุกสถานการณ์ภัยพิบัติ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าจะต้องถูกตั้งคำถามจากสื่อสารมวลชน ถึงมาตรการและแนวทางการช่วยเหลือต่อประชาชน
ขณะที่อีกหนึ่งสถานะ นายกฯ ถือเป็น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมทั้งมีตำแหน่งเป็น หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ย่อมต้องมีเรื่องทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ระหว่างรัฐบาล และฝ่ายค้าน
ผ่านจุดยืน ความรักชอบ และเสียงคัดค้านของพรรคการเมือง และกลุ่มผู้สนับสนุนของแต่ละพรรคการเมือง ที่พร้อมจะวิพากษ์วิจารณ์ในทุกประเด็นให้เป็นเรื่องการเมือง มากกว่าเนื้อหาสาระที่รัฐบาลสื่อสาร
ในเมื่อ นายกฯ ในฐานะนักการเมือง ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการสื่อสารกับประชาชนได้ จึงต้องให้ความสำคัญกับเนื้อหา สาระสำคัญในตัวนโยบาย แผนงานของรัฐบาลที่จะสื่อสารไปถึงประชาชน
พร้อมกับลดการสร้างเงื่อนไขให้เกิดดราม่าทางการเมืองให้น้อยที่สุด
ดังแนวทางที่ นายกฯ มอบนโยบายการประชาสัมพันธ์ให้กับทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงแนวทางการแก้ปัญหาอุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ ให้เน้นการสื่อสารถึงสถานการณ์ปัจจุบัน
ทั้งกรณีน้ำท่วมทางภาคเหนือและภาคใต้ นำเสนอให้ประชาชนทราบว่านโยบายเรื่องใดที่รัฐบาลได้ทำจนเป็นผลสำเร็จ โดยใช้ “แม่สายโมเดล” เป็นการเข้าไปฟื้นฟู ในระยะแรก ระยะกลาง และระยะยาว
เช่น จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ที่มีการอนุมัติงบประมาณไปแล้วเกือบ 20,000 ล้านบาท เพื่อวางระบบป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
ส่วนภาคใต้ ที่เข้าสู่ระยะที่ 2 หลังจากที่มีการฟื้นฟูสถานการณ์น้ำท่วมแล้วจะใช้โมเดลไม่น้อยกว่าที่ภาคเหนือ เพื่อให้เกิดการสมดุลในการแก้ไขปัญหา
แนวทางที่นายกฯ มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับงานและผลงานเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนกระแสวิจารณ์ หรือเรื่องดราม่า ถือเป็นเรื่องรอง
จึงเป็นแนวทางที่เหมาะต่อการเดินหน้าขับเคลื่อนงานการเมือง ที่จะส่งผลต่อการบริหารประเทศนับจากนี้
จตุรงค์ ปทุมานนท์

