“เมื่อข้าพเจ้ามีอำนาจ ก็ไม่มีประสบการณ์ แต่เมื่อข้าพเจ้ามีประสบการณ์ ก็ไม่มีอำนาจ” เป็นหนึ่งในวรรคทองของอดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ที่นิยามถึงความสำเร็จและความล้มเหลวของคนรุ่นคณะราษฎรเมื่อปี 2475 ได้เป็นอย่างดี
ทั้งยังสามารถเป็นบทเรียนให้แก่ นักการเมือง รุ่นหลังๆ ได้อีกด้วย
ถ้ายึดตามวรรคทองข้างต้น สำหรับสังคมการเมืองแล้ว อำนาจ ที่ยึดโยงอยู่กับ ตัวบุคคล ก็ยังมีความสัมพันธ์แนบชิดกับ ประสบการณ์ หรือ การหยั่งรู้เข้าใจในวิถีแห่งอำนาจ ของบุคคลนั้นๆ
หลายทศวรรษผ่านพ้นไป เรื่องของ คน อำนาจ และ การเมือง ยังคงเป็นประเด็นหลักสำคัญในสังคมการเมืองไทยอยู่เสมอ
เช่น คนบางคนเคยมี อำนาจยิ่งใหญ่ และหลงคิด-เผลอคิดว่า ตนเองยังมีอำนาจดังกล่าวอยู่ในมือตราบจนถึงปัจจุบัน
แม้เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า อำนาจที่ว่า กลับหลุดออกจากมือเขาไปเรื่อยๆ จนเกือบหมดสิ้น บรรดาคนรอบข้างที่ไว้วางใจได้ก็หดหายไปตามลำดับ ส่วนสถานภาพ-ความน่าเชื่อถือ-เกียรติยศเกียรติศักดิ์ของตนเอง ก็พลอยร่อยหรอลง
ไปๆ มาๆ คนเคยมีอำนาจ ประเภทนี้ จึงกลับกลายเป็น ตัวตลก และไม่มีใครคาดเดาได้ออกว่า ภาวะที่หลงละเมอว่าตนเอง มีอำนาจ แต่แท้จริง ไม่มี เช่นนี้ จะดำเนินไปสิ้นสุดตรงจุดใด และจะ ย่ำแย่ย่อยยับ
น่าอับอายขนาดไหน?
สาเหตุหลักของสภาวการณ์แบบนี้ ก็เป็นเพราะ
ท่านผู้เคยมีอำนาจ ไม่ทราบวิธีการว่าตนเองควรจะปล่อยมือ-วางมือจาก อำนาจ อย่างไร
ทั้งๆ ที่มีวาระโอกาส หรือมีกาลเทศะอันเหมาะสมต่อการวางมืออยู่หลายครั้งหลายครา แต่เขากลับยื้อต่อ พยายามต่อ ที่จะ สืบทอดอำนาจ ของตัวเอง
นำมาสู่การติดวนอยู่ในเขาวงกตแห่งการ หลงคิดว่าตนยังมีอำนาจ อย่างหาทางออกไม่เจอ
ขณะที่บางคน แม้จะได้รับ สิทธิอำนาจ และ อาญาสิทธิ์ ในการใช้อำนาจมาอย่างสมบูรณ์เรียบร้อยตามนิตินัย หรือเรียกได้ว่ามีศักดิ์และสิทธิ์ที่จะใช้อำนาจอย่างเต็มไม้เต็มมือ
แต่เขากลับดูเหมือนยัง ใช้อำนาจ ได้ไม่เต็มที่ ไม่คล่องมือ เสมือนเป็น ผู้ไม่มีอำนาจ หรือ ผู้ไร้อำนาจ เสียอย่างนั้น
สาเหตุหลัก อาจมิได้อยู่ที่คนผู้นี้ไม่รู้ว่าตนเองควร ใช้อำนาจ อย่างไร แต่เป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าตนเองต้อง
ใช้อำนาจ ไปเพื่ออะไรมากกว่า
อำนาจ ใดๆ ก็ตาม จะไม่ทรงพลานุภาพเท่าที่ควร หากมันถูกใช้เพื่อแสดงสถานภาพสูงส่งของ ผู้มีอำนาจ ถูกใช้เพื่อบ่งบอกเครือข่ายสายสัมพันธ์ ตลอดจนยืนยันสายเลือดวงศ์ตระกูลของ ผู้มีอำนาจ
หาก อำนาจ จะปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อมันถูกใช้ออกไปเพื่อพัฒนา-ปรับปรุง (จะนิยามว่าเป็น ปฏิรูป หรือ ปฏิวัติ ก็ตามแต่) หน่วยงาน องค์กร ระบบ ระบอบ สังคม และประเทศต่างๆ อย่างจริงจังและเปี่ยมปณิธาน
อำนาจ จะยิ่งแพร่กระจายในวงกว้าง เมื่อถูกใช้เพื่อเอาชนะใจผู้คนส่วนใหญ่ของหน่วยงาน องค์กร ระบบ ระบอบ สังคม และประเทศนั้นๆ มิใช่ใช้เพื่อยืนยันความเป็น คนพิเศษเหนือผู้อื่น ของ ผู้มีอำนาจ
ถ้าไม่ได้ ใช้อำนาจ เพื่อการเหล่านี้ ต่อให้ มีอำนาจ คุณก็จะมีสภาพเป็นเหมือน ผู้ไม่มีอำนาจ อยู่ร่ำไป
นี่คือ นิทานการเมือง เรื่อง อำนาจ ที่อาจทำให้เรานึกถึง ตัวละครทางการเมือง บางราย ในปัจจุบันขึ้นมาบ้าง
ปราปต์ บุนปาน

