พรรคเพื่อไทยเพิ่งจัดสัมมนาไปเมื่อไม่นานมานี้ โดย นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค ประกาศทิศทางของพรรค
นั่นคือ โอกาสเพื่อไทย
ขยายความว่าหมายถึง โอกาสเพื่อคนไทย
ทั้งนี้ นายสรวงศ์ได้เน้นย้ำคำว่า “โอกาส” ทำให้เห็นถึงความสำคัญของคำคำนี้ในการขับเคลื่อนประเทศต่อไป
ก่อนหน้านั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีแถลงผลงาน 90 วันและประกาศแนวทางการทำงานในปี 2568 ของรัฐบาล
ฟังแล้วสัมผัสได้ถึงคำว่า “โอกาส”
เริ่มต้นจากโอกาสของกลุ่มเปราะบาง ที่รัฐบาลเริ่มมาตรการพักหนี้ ซึ่ง นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้บรรยายในงานสัมมนา ISAN NEXT พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตโลก ที่นครราชสีมาไปเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา
นั่นคือ กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับอานิสงส์ จะได้รับอนุญาตให้หยุดชำระดอกเบี้ย แต่ให้ชำระเงินต้น ใครชำระเงินต้นได้ครบ จะไม่คิดดอกเบี้ยที่ค้างไว้
นี่คือโอกาสของคนที่ถูกหนี้ทับถม
และการพักหนี้ก็ยังเป็นโอกาสของผู้เป็นหนี้ที่จะเพิ่มรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัวด้วยการทำงาน
เช่นเดียวกับ โครงการบ้านเพื่อคนไทย ที่ให้เช่า 4,000 บาท 30 ปี แล้วอยู่ต่อไปให้ครบ 99 ปี โครงการทุนการศึกษา โครงการซัมเมอร์แคมป์ และโครงการอื่นๆ ที่ต้องการสร้างโอกาสให้บุคคลและครัวเรือน
แม้แต่โครงการค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยว แต่ถ้าสามารถลดรายจ่ายค่าเดินทางให้แก่ผู้คนได้ ทุกคนก็จะได้มีโอกาสรักษารายได้ที่หามาได้มากขึ้น
นอกจากโอกาสของครัวเรือนแล้ว ยังมีโอกาสของประเทศ
โครงการระดับอภิมหาโปรเจ็กต์ อย่างการชักชวนให้ลงทุนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ เช่น เอไอ เซมิคอนดักเตอร์ อีวี เป็นต้น ล้วนเป็นโอกาส
ถ้านักลงทุนสนใจในโครงการต่างๆ โอกาสที่ประเทศจะมีรายได้เพิ่มขึ้นก็มี
นี่ยังไม่รวมคนไทยที่มีทักษะฝีมือจะมีโอกาสได้รับรายได้เพิ่มสูงขึ้นด้วย
ในงานสัมมนา ISAN NEXT ที่โคราช นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้บรรยายพิเศษ
แม้จะโฟกัสไปที่ชาวอีสาน แต่ดูเหมือนทุกภูมิภาคก็มีโอกาส
นายทักษิณพูดถึงยุคสมัยที่ “ทักษะ” สำคัญกว่า “ปริญญา” และเห็นความสำคัญของสถาบันการศึกษาว่าเป็นที่พึ่งด้านวิชาการและวิชาชีพของสังคม
นี่คือโอกาสของโรงเรียน วิทยาลัย รวมถึงสถาบันการศึกษาที่จะกลับมาคึกคัก และเป็นโอกาสของคนไทยที่จะได้พัฒนาทักษะการทำงาน
ไอเดียเรื่องโอท็อป ที่นายทักษิณจ้างทีมวิจัยมาศึกษา และรอฟังผลเพื่อนำเสนอประเทศไทยก็เป็นอีกโอกาสที่จะปั้นโอท็อปไทยให้ไปยืนอยู่บนเวทีตลาดโลก
โอกาสเช่นนี้เกิดขึ้นได้ต้องเริ่มต้นที่รัฐบาล และโอกาสที่มีนั้นจะนำไปสู่ความสำเร็จได้ต้องพึ่งพาทุกภาคส่วนในสังคม
การที่ทุกภาคส่วนในสังคมจะเข้าไปมีส่วนร่วม รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น
ทำให้ภาครัฐเอาด้วย ภาคเอกชนสนับสนุน และประชาชนร่วมมือ
เท่าที่ผ่านมารัฐบาลแพทองธารได้พยายามผลักดันและสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น
หากทุกอย่างที่รัฐบาลพูด จะเกิดขึ้นในปี 2568
โอกาสที่เกิดขึ้นในปีหน้า คงไม่ใช่ “โอกาสเพื่อไทย” เพียงอย่างเดียว
หากแต่เป็นโอกาสของทุกคนที่จะก้าวไปข้างหน้า
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

