ความเคลื่อนไหว ของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
ทั้งในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)
ด้วยการที่
1) พรรค รทสช. เคลื่อนไหว เสนอร่างกฎหมายสนับสนุนและส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานจากแสงอาทิตย์ ที่เรียกว่าระบบโซลาร์รูฟท็อป เข้าสู่สภา
2) ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่นายพีระพันธุ์ นั่งเป็นหัวโต๊ะแทนนายกรัฐมนตรี มีมติให้ชะลอการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติม สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง และขยะอุตสาหกรรม ออกไป
ด้านหนึ่ง ถูกมองว่า เป็นการเคลื่อนไหว เพื่อตอบโต้ กรณีที่สื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาล ตั้งฉายา นายพีระพันธุ์ ว่า “พีระพัง”
“พัง” ด้านอุดมการณ์ จากการข้ามขั้วไปรวมกับขั้วตรงข้ามชินวัตร ตกลงปลงใจมาจับมือร่วมรัฐบาล นายกฯอิ๊งค์
“พัง” ด้านผลงานที่ถูกคาดหวังจะมาแก้ปมเรื่องพลังงานให้ชาวบ้านแต่กลับไม่ชัดเจน
“พัง” กับกระแสข่าวรอยร้าวภายใน รทสช. โดยเฉพาะสัมพันธภาพกับลูกพรรคจะกอดคอกันไปได้นานแค่ไหน
เมื่อถูกกล่าวหาจากสื่อว่าจะ “พัง” เพราะไม่มีผลงาน นายพีระพันธุ์และ รทสช. จึงโชว์สิ่งที่จะทำ 2 ประการข้างต้น ให้เห็นเสียเลย
อย่างไรก็ตาม นอกจากการตอบโต้สื่อแล้ว ตามประสาการเมือง “พันลึก” แบบไทย-ไทย
ยังมีการมองว่านายพีระพันธุ์ และ รทสช. ต้องการตอบโต้ทางการเมืองไปยัง “แกนนำ” ทั้งในและนอกรัฐบาล ด้วยหรือไม่
ต้องไม่ลืมว่า ก่อนที่สื่อจะมอบฉายาพีระพังนั้น
รทสช.ตกอยู่ในกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่าอยู่ในฐานะเดียวกับพรรคภูมิใจไทย
คือ ถูกข้อกล่าวหาอ้อมๆ “เป็นพรรคอีแอบ” “เป็นอื่น” จาก นายทักษิณ ชินวัตร
หลังโดดประชุมคณะรัฐมนตรี ขณะมีวาระพิจารณาเรื่องสำคัญ สะท้อนถึงการไม่เป็น “เลือดสุพรรณฯ”
ซึ่งในกรณีนี้ ทำให้เกิดความวูบไหวในพรรคร่วมรัฐบาลอย่างสูง
และเมื่อมีภาพกอล์ฟวีไอพีของบิ๊กเนมในและนอกรัฐบาล เสมือนเป็นการเคลียร์ใจของพรรคภูมิใจไทยกับผู้มีบารมีนอกพรรคเพื่อไทย
แต่ ก๊วนกอล์ฟ ดังกล่าว ไม่มีนายพีระพันธุ์และคนของ รทสช.
จึงทำให้มีมุมมองเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น
นั่นคือความสัมพันธ์ของ รทสช.กับแกนนำรัฐบาล ยังไม่เคลียร์
ไม่เคลียร์ทั้งด้าน “เปิด”
ไม่เคลียร์ทั้งด้าน “ลับ”
โดยเฉพาะการขับเคลื่อนด้านพลังงาน ที่ดูเหมือนจะไม่ไปในทางเดียวกันกับ “การเมืองพันลึก” มากขึ้นทุกที
เฟซบุ๊กของพรรค รทสช.ที่โพสต์ข้อความตอบโต้ฉายา “พีระพัง” ไม่ว่า
พีระ…พัง…การผูกขาด
พีระ…พัง…ระบบที่เน่าเฟะ
พีระ…พัง…การโกงกินทุกรูปแบบ
ถูกมองว่าแฝงนัยอะไรหรือไม่
เกี่ยวข้องกับ กระแสข่าว รทสช. จะถูกเขี่ยทิ้งจากรัฐบาล หรือเปล่า
หรือ เกี่ยวข้องกับ กระแสข่าวการตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาดูด ส.ส.จาก รทสช.ไหม
จึงต้องมีการตอบโต้ เช่น การชิงเสนอกฎหมายโซลาร์รูฟท็อปและ การชะลอการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
ที่แม้ดูเหมือนทำไปตามงานที่ดูแล
แต่ก็แฝงประเด็นแบบไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ด้วย
คือจะพัง ก็ไม่ขอพัง ฝ่ายเดียว –ปี 2568 การเมืองจึงข้นคลั่กยิ่ง
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

