สถานีคิดเลขที่ 12 : 20 รุก 44 รับ

23.02.25 | 11:30 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : 20รุก44รับ

พรรคประชาชนตอนนี้ อยู่ในสถานการณ์รุกและรับ
“รุก” ก็คือ ประมาณวันที่ 27 กุมภาพันธ์ จะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี
“รับ” คือกรณี 44 ส.ส.ทั้งในปัจจุบันและอดีต ถูกเรียกให้ไปรับข้อกล่าวหา จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณียื่นขอแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112
รุกและรับดังกล่าว แม้จะเป็นคนละเรื่อง แต่เกี่ยวเนื่องกันอย่างแยกไม่ออก

ทั้งนี้ อย่างที่ทราบ ตอนนี้คนส่วนมากเชื่อในทางเดียวกันว่า โอกาสที่44 ส.ส.จะรอด “ยาก”
อาจไม่ทั้งหมด แต่แกนนำหลักๆ น่าจะถูก “จัดการ” ให้พ้นจากการเมือง
ยิ่งกว่านั้น ยังมีการมองในเชิงตั้งคำถาม ว่าการที่ ป.ป.ช.เรียกให้ 44 ส.ส.มารับข้อหาในตอนนี้
หวังทำให้เสียสมาธิ และเกิดความพะว้าพะวังในการเตรียมการซักฟอก หรือไม่

แน่นอน คนในพรรคประชาชนย่อมมีข้อสงสัย และตั้งข้อสังเกต ถึงความเป็น “อิสระ” ของ ป.ป.ช.ด้วย
ยิ่งมีเบาะแสถึงความไม่เป็นอิสระ ด้วยมีความเคลื่อนไหวเจรจาพูดคุย ล็อบบี้ เกี่ยวกับบุคคลสำคัญใน ป.ป.ช.ปรากฏออกมาสู่สาธารณะด้วย ยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องเอาใจใส่
ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่พรรคประชาชน มีมติร่วมกันใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ในการเข้าชื่อให้ได้จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของทั้งสองสภา เพื่อยื่นประธานรัฐสภาถอดถอนนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช.

จากกรณีมีคลิปหลุดการสนทนาของนายสุชาติกับ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่อาจมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน กรณีการเข้าสู่ตำแหน่งประธาน ป.ป.ช.หรือไม่นั้น
แม้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน อธิบายว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ปกติของ ส.ส.เพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น และการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
แต่กระนั้น คงปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับกรณี 44 ส.ส.ไม่ได้

เพราะอย่างน้อยการเคลื่อนไหวเพื่อถอดถอนประธาน ป.ป.ช.เป็นการโยนคำถามหนักๆ ไปยังองค์กรอิสระแห่งนี้ ถึงความน่าเชื่อถือ ในการไปตัดสินชี้ขาดบุคคลอื่นๆ ในเรื่องการประพฤติมิชอบและการคอร์รัปชั่น
แน่นอนรวมถึงการตัดสินกรณี 44 ส.ส.ด้วย โดย ป.ป.ช.เองคงต้อง “มือสะอาด” และเป็นอิสระโดยแท้จริง
การตั้งคำถามไปยัง ป.ป.ช.เช่นนี้ ย่อมถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเมืองให้ตนเองของพรรคประชาชน
และการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเมืองนี้ ไม่ใช่เฉพาะเรื่อง ป.ป.ช.ต้องกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดก่อนไปตัดสินคนอื่นเท่านั้น
หากแต่รวมถึงการยื่น “ซักฟอก” ด้วย

Advertisement

ด้วยนี่จะเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวของพรรคประชาชน ในการต้องขับเคลื่อนการซักฟอกให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
เพราะความมีประสิทธิภาพมากที่สุดนี้ จะทำให้เกิดความรู้สึกในหมู่ประชาชนว่า ส.ส.ของพรรคประชาชน มีคุณภาพ ในการควบคุมตรวจสอบรัฐบาล
และจะก่อเกิดคำถามที่ย้อนกลับไปถามฝ่ายที่ต้องการ “กำจัด” บุคลากรของพรรคประชาชนให้พ้นจากการเมือง มีความชอบธรรมเพียงใด
กล่าวอย่างง่ายๆ พรรคประชาชน ต้องใช้ศึกซักฟอกครั้งนี้ สร้างกระแสศรัทธาจากประชาชนให้เกิดขึ้น
เพื่อที่จะเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กค้ำยันพรรคประชาชนให้ได้

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่าได้เตรียมขุนพล 20 กว่าคน เพื่อออกศึกในครั้งนี้
ซึ่งก็คงเตรียมการและซักซ้อมให้ดี
เพื่อให้การ “ซักฟอก” มีผลสะเทือนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
แต่หาก 20 ขุนพล รุกหรือทำไม่ได้ อาจนำไปสู่ “วิกฤตศรัทธา” ต่อพรรคประชาชน
และจะมีผลสะเทือนต่อ 44 ส.ส.อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร