สถานีคิดเลขที่ 12 : 25 กุมภาฯ
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการคดีพิเศษ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานจะประชุมกัน
วาระที่แวดวงการเมืองจับตาคือการพิจารณาคดี “โพยฮั้วเลือก ส.ว.” ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ นำเสนอ
ผลจากการพิจารณามีความสำคัญอย่างยิ่ง
ประการแรก ถ้าคณะกรรมการรับเป็นคดีพิเศษ เท่ากับว่าดีเอสไอมีสิทธิเข้าไปดำเนินการกับการเลือก ส.ว.ในแง่ของคดีความทางอาญา
หากพิจารณาจากเอกสารที่นำเสนอพบว่า ถ้าพฤติการณ์การได้มาซึ่ง ส.ว.เป็นเช่นที่กล่าวหาจริง
พฤติการณ์ดังกล่าวก็ถือว่า “อุกฉกรรจ์ทางการเมือง” เพราะองค์กรวุฒิสภาเป็นองค์กรหลักองค์กรหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ
และฝ่ายนิติบัญญัติก็เป็นองค์กรหลักของประเทศตามรัฐธรรมนูญ
การที่มีกลุ่มบุคคลกระทำการเช่นที่มีการกล่าวอ้าง ย่อมกระทบกระเทือนต่อประเทศอย่างมิอาจปฏิเสธ
ประการที่สอง ถ้าคณะกรรมการรับเป็นคดีพิเศษ คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต. ต้องเรียกประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ตามที่ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้
แล้วก็จะมีคำถามตามมาถึง กกต.ว่า ที่ผ่านมา การสืบสวนสอบสวนของ กกต.ไม่ระแคะระคายพฤติการณ์ดังกล่าวเลยหรือ?
เรื่องนี้ กกต.จำเป็นต้องเคลียร์ตัวเองตั้งแต่มีการตั้งคำถามว่า ทำไมเรื่องร้องเรียนเหล่านี้จึงต้องใช้กลไกดีเอสไอในการสืบสวนสอบสวน
กรณี ส.ว.ออกมาบอกว่า อำนาจน่าจะเป็นของ กกต.นั้นถูก
แต่คำโต้แย้งที่ว่า แล้วทำไม กกต.ถึงนิ่งเฉยถึงพฤติการณ์เช่นนี้ โดยไม่ชี้ว่าจริงหรือเท็จเลย อันนี้ก็ถูกเช่นกัน
ประการที่สาม ถ้าคณะกรรมการรับเป็นคดีพิเศษ จะกระทบต่อดุลอำนาจทางการเมือง
จากเดิมที่การเมืองที่ดูเหมือนสังคมจะแบ่งออกเป็น 3 ก๊ก 3 สี คือ สีแดง สีส้ม และสีน้ำเงิน
และสีน้ำเงินก็มีการผนวกรวมเอาพรรคภูมิใจไทยผสมกับ ส.ว.ส่วนมากในวุฒิสภา
หากคณะกรรมการคดีพิเศษรับคดี “โพยฮั้วเลือก ส.ว.” เป็นคดีพิเศษ การเคลื่อนไหวทางการเมืองย่อมถูกจับตา
เท่าที่ผ่านมา เมื่อกลุ่ม ส.ว.สำรองเคลื่อน และดีเอสไอรับลูก กระทั่งประธาน รวมถึงรองประธานวุฒิสภา ออกมาตอบโต้
เท่านี้สังคมก็หันมาจับจ้อง และเก็บรวบรวมข้อมูล
จากคำร้องกลายเป็นข้อเสนอของดีเอสไอในการทำคดีพิเศษ
จากพฤติการณ์ที่มีการกล่าวอ้าง กลายเป็นเอกสารทางราชการที่มีการกล่าวหา
และผลที่เกิดขึ้นกำลังขยายกลายเป็นประเด็นใหญ่ทางการเมือง
กลายเป็นการจับจ้องมองการทำงานร่วมระหว่างสภาผู้แทนราษฎร ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ กับวุฒิสภา
มีการจับจ้องมองความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยในสภา
จับจ้องมองดูแกนนำของพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยใน ครม.
ทุกประเด็นทุกประการล้วนแล้วมีแนวโน้มเดือด
วันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ และผลการประชุมของคณะกรรมการคดีพิเศษ จึงกลายเป็นประเด็นที่สังคมเฝ้ามอง
มองทั้งกระบวนการเลือก ส.ว. มองทั้งกระบวนการตรวจสอบ มองทั้งเกมการเมือง
ผลสุดท้ายจะเป็นเช่นไร และมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน
ต้องฟังผลประชุม
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

