สถานีคิดเลขที่ 12 : 25 กุมภาฯ

25.02.25 | 11:32 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : 25 กุมภาฯ

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการคดีพิเศษ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานจะประชุมกัน

วาระที่แวดวงการเมืองจับตาคือการพิจารณาคดี “โพยฮั้วเลือก ส.ว.” ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ นำเสนอ

ผลจากการพิจารณามีความสำคัญอย่างยิ่ง

ประการแรก ถ้าคณะกรรมการรับเป็นคดีพิเศษ เท่ากับว่าดีเอสไอมีสิทธิเข้าไปดำเนินการกับการเลือก ส.ว.ในแง่ของคดีความทางอาญา

Advertisement

หากพิจารณาจากเอกสารที่นำเสนอพบว่า ถ้าพฤติการณ์การได้มาซึ่ง ส.ว.เป็นเช่นที่กล่าวหาจริง

พฤติการณ์ดังกล่าวก็ถือว่า “อุกฉกรรจ์ทางการเมือง” เพราะองค์กรวุฒิสภาเป็นองค์กรหลักองค์กรหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ

และฝ่ายนิติบัญญัติก็เป็นองค์กรหลักของประเทศตามรัฐธรรมนูญ

การที่มีกลุ่มบุคคลกระทำการเช่นที่มีการกล่าวอ้าง ย่อมกระทบกระเทือนต่อประเทศอย่างมิอาจปฏิเสธ

ประการที่สอง ถ้าคณะกรรมการรับเป็นคดีพิเศษ คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต. ต้องเรียกประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ตามที่ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้

แล้วก็จะมีคำถามตามมาถึง กกต.ว่า ที่ผ่านมา การสืบสวนสอบสวนของ กกต.ไม่ระแคะระคายพฤติการณ์ดังกล่าวเลยหรือ?

เรื่องนี้ กกต.จำเป็นต้องเคลียร์ตัวเองตั้งแต่มีการตั้งคำถามว่า ทำไมเรื่องร้องเรียนเหล่านี้จึงต้องใช้กลไกดีเอสไอในการสืบสวนสอบสวน

กรณี ส.ว.ออกมาบอกว่า อำนาจน่าจะเป็นของ กกต.นั้นถูก

แต่คำโต้แย้งที่ว่า แล้วทำไม กกต.ถึงนิ่งเฉยถึงพฤติการณ์เช่นนี้ โดยไม่ชี้ว่าจริงหรือเท็จเลย อันนี้ก็ถูกเช่นกัน

ประการที่สาม ถ้าคณะกรรมการรับเป็นคดีพิเศษ จะกระทบต่อดุลอำนาจทางการเมือง

จากเดิมที่การเมืองที่ดูเหมือนสังคมจะแบ่งออกเป็น 3 ก๊ก 3 สี คือ สีแดง สีส้ม และสีน้ำเงิน

และสีน้ำเงินก็มีการผนวกรวมเอาพรรคภูมิใจไทยผสมกับ ส.ว.ส่วนมากในวุฒิสภา

หากคณะกรรมการคดีพิเศษรับคดี “โพยฮั้วเลือก ส.ว.” เป็นคดีพิเศษ การเคลื่อนไหวทางการเมืองย่อมถูกจับตา

เท่าที่ผ่านมา เมื่อกลุ่ม ส.ว.สำรองเคลื่อน และดีเอสไอรับลูก กระทั่งประธาน รวมถึงรองประธานวุฒิสภา ออกมาตอบโต้

เท่านี้สังคมก็หันมาจับจ้อง และเก็บรวบรวมข้อมูล

จากคำร้องกลายเป็นข้อเสนอของดีเอสไอในการทำคดีพิเศษ

จากพฤติการณ์ที่มีการกล่าวอ้าง กลายเป็นเอกสารทางราชการที่มีการกล่าวหา

และผลที่เกิดขึ้นกำลังขยายกลายเป็นประเด็นใหญ่ทางการเมือง

กลายเป็นการจับจ้องมองการทำงานร่วมระหว่างสภาผู้แทนราษฎร ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ กับวุฒิสภา

มีการจับจ้องมองความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยในสภา

จับจ้องมองดูแกนนำของพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยใน ครม.

ทุกประเด็นทุกประการล้วนแล้วมีแนวโน้มเดือด

วันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ และผลการประชุมของคณะกรรมการคดีพิเศษ จึงกลายเป็นประเด็นที่สังคมเฝ้ามอง

มองทั้งกระบวนการเลือก ส.ว. มองทั้งกระบวนการตรวจสอบ มองทั้งเกมการเมือง

ผลสุดท้ายจะเป็นเช่นไร และมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน

ต้องฟังผลประชุม

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]