สถานีคิดเลขที่ 12 : 20+10 และ +10

16.03.25 | 11:10 น.

ในการศึก “ผู้ที่กำหนดเกม” ย่อมเป็นฝ่ายได้เปรียบ

ใน “ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ที่กำลังจะเกิดขึ้นว่ากันตามเนื้อผ้า ฝ่ายค้านควรเป็นผู้กำหนดเกม

โดยเฉพาะการปูเนื้อหา-ข้อมูล ให้ชาวบ้าน อยากรู้และเข้าใจ
แม้ว่า พรรคประชาชน จะทำได้ดี

กรณีเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลในสำนักประกันสังคม ตอนนี้

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แจ่มชัดว่าเรื่องนี้จะเป็น ประเด็นสำคัญในศึกซักฟอกครั้งนี้แค่ไหน

Advertisement

และจะเชื่อมโยงไปถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เพียงใด

เพื่อที่จะไม่ให้เรื่องหยุดเพียงแค่ การลุกขึ้นตอบว่า เรื่องนี้ได้ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงแรงงาน ตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว

นี่คือตัวอย่างที่ พรรคประชาชน จะต้องเร่งกุมกระแส และกำหนดเกม ในสิ่งที่เป็นทีเด็ดอยู่ในมือ

แต่กระนั้น ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาฝ่ายค้านถูกฝ่ายรัฐบาล ชิงกำหนดเกมไปไม่น้อยทีเดียว

ที่ชัดเจนคือเรื่องจะตัดชื่อ นายทักษิณ ชินวัตร ออกจากญัตติหรือไม่

กลายเป็นประเด็นใหญ่กลบเรื่องอื่นๆ ไปเกือบหมดสิ้น

พรรคประชาชนแม้จะยกเหตุผลเพื่อปกป้องเรื่องนี้สุดกำลัง

แต่ที่สุดก็จำเป็นต้องเอาชื่อนายทักษิณออกเพื่อให้การซักฟอกเดินหน้าไปได้

อย่างไรก็ตามยังไม่รู้ว่าจะจบหรือไม่

เพราะยังไม่รู้ว่าพรรคประชาชน จะเปลี่ยนไปใช้คำว่าอะไร

เปลี่ยนแล้วพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีธงชัดเจนจะต้อง “สกัดทุกเรื่อง” ทุกประเด็น ไม่ให้กระทบนายทักษิณ และ น.ส.แพทองธารอย่างที่สุดนั้น จะตั้งแง่อะไรหรือไม่

ที่สำคัญ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่หัวชนฝาในเรื่อง ความเป็น “กลาง” จะมีท่าทีอย่างไร

จะยอมบรรจุระเบียบวาระเมื่อไหร่

ซึ่ง วันเวลา การซักฟอก ก็สำคัญไม่น้อย

เพราะหากการซักฟอกถูกลากยาวไปจนถึงปลายเดือนมีนาคมและต้นเมษายน ที่พรรคเพื่อไทยรู้ดีและหวังว่า “มู้ด” ของสังคม จะไหลเทไปสู่เทศกาลสงกรานต์ ความสนใจของชาวบ้านจะไปอยู่ที่เทศกาลสนุกสนานนั้น และอาจเกิดความรู้สึกแบบเขาจะสนุกกันนักการเมืองจะมานั่งด่านั่งเถียงอะไรกัน

ดังนั้น พรรคเพื่อไทย จึงอาจต้องการดึงเกมยาวๆ

และไปทำให้เกิดความฉุกละหุกในช่วงท้าย ที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 11 เมษายน และมีวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์

ขณะที่ตอนนี้มีประเด็นอีกเรื่องที่แทรกซ้อนเข้ามา นั่นก็คือ ระยะเวลาการอภิปราย

พรรคประชาชน ยื่นข้อเสนอที่ 30 ชั่วโมง แต่ฝ่ายรัฐบาล เสนอที่ 20+10 คือฝ่ายค้าน 20 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล 10 ชั่วโมง

อย่างที่ทราบ การประชุมหารือในวิป 3 ฝ่าย นัดแรก หาข้อยุติไม่ได้ ต้องยื้อไปหารืออีกครั้งในวันที่ 19 มีนาคม

เผาเวลาไปเรื่อยๆ

และเชื่อว่า ฝ่ายเพื่อไทยและรัฐบาล ก็คงกุมภาวะ “สกัดทุกเรื่อง” เอาไว้เหนียวแน่น

ซึ่งก็ไม่รู้ว่า พรรคประชาชน จะต้อง “ถอย” อีกหรือไม่

และถอยแล้ว จะกระทบต่อเนื้อหาการอภิปรายอย่างไร

นี่คือภาวะ “คาราคาซัง” ที่คนแฮปปี้ คือ ฝ่ายเพื่อไทยและรัฐบาล

ซึ่งตรงนี้ พรรคประชาชน ก็ต้องปรับเกม รับมือให้ทัน

และต้องพลิกไปเป็นฝ่ายผู้กำหนดเกมให้ได้

ต้องไม่ลืมว่านอกจากแทคติคเรื่องญัตติ เรื่องระยะเวลาอภิปราย ที่เถียงกันเรื่อง “20+10” แล้ว

ปรากฏว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กล้าธรรม ออกมา +10 เขย่าเพิ่มขึ้นมาอีก

โดยมาแย้มว่า จะมี ส.ส.จากฝั่งฝ่ายค้าน 10 คน มาลงมติไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

10 คนมาจากไหน พรรคพลังประชารัฐ และอาจรวมถึงพรรคประชาชนเองต้องเสียสมาธิเช็กชื่อ “งูเห่า” อีก

บอกแล้วเกม “สกัดทุกเรื่อง” ของฝ่ายรัฐบาลเขาเข้มข้น

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร