สถานีคิดเลขที่ 12 : คนเป็น ‘นักการเมือง’ โดย ปราปต์ บุนปาน

21.04.25 | 12:45 น.

“คนเป็นนักการเมือง” ไม่ว่าจะเป็น “นักการเมือง” ระดับไหน ระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น ล้วนมีสถานะเป็น “บุคคลสาธารณะ” ทั้งสิ้น

คำถามสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกัน ก็คือ “บุคคลสาธารณะ” ควรมีคุณสมบัติขั้นพื้นฐานอย่างไรบ้าง?

คำตอบเรียบง่ายเบื้องต้นน่าจะมีดังต่อไปนี้

ข้อแรก “นักการเมือง/บุคคลสาธารณะที่ดี” ต้องรับผิดชอบตัวเองได้ และต้องพร้อมรับผิดชอบต่อการกระทำใดๆ ก็ตามของตัวเอง

ถ้าทำผิดพลาด ก็ต้องน้อมรับความผิดอย่างเต็มใจด้วยตัวเอง ต้องแก้ไขความผิดพลาดด้วยตัวเอง

Advertisement

ไม่ใช่ต้องพึ่งพาให้คนอื่นเข้ามาช่วยแก้ช่วยเคลียร์ช่วยเช็ดช่วยล้างเรื่องวุ่นวายให้

ข้อถัดมา (ที่ผูกพันอย่างแยกไม่ออกกับข้อแรก) ก็คือ “นักการเมือง/บุคคลสาธารณะที่ดี” ต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง หรือดำรงตนอยู่ในโลกสาธารณะและสังคมการเมืองได้ด้วยอุดมการณ์ จุดยืน หลักคิด และลำแข้งของตัวเอง

ไม่ว่า “นักการเมือง/บุคคลสาธารณะ” รายนั้นๆ จะเป็นลูกหลานใคร มาจากตระกูลไหน-บ้านใหญ่หลังใด เขาหรือเธอก็จำเป็นจะต้องพิสูจน์ว่าพวกตนมีความเป็นตัวของตัวเองมากเพียงพอ

เพราะการจะเป็นนักการเมืองหรือบุคคลสาธารณะที่ได้รับความเชื่อถือและความยอมรับนับถือจากผู้คนพลเมืองในสังคม นั้นจำเป็นต้องแสวงหา “คุณค่า” ของตัวเองให้เจอเสียก่อน

มิใช่ถูกมองว่ามีสายสัมพันธ์กับผู้หลักผู้ใหญ่คนไหน หรือนามสกุลอะไร อยู่ตลอดเวลา

ข้อสุดท้าย “นักการเมือง/บุคคลสาธารณะ” ผู้ประสบความสำเร็จในขั้นสูง จะต้องรู้จักวิธีได้ใจคน และเอาชนะหัวใจคน อย่างยั่งยืน

“อำนาจ” ไม่ใช่เครื่องมือหลักที่จะทำให้เราเอาชนะใจคนได้ (ยิ่งเป็น “อำนาจชายขอบ” “อำนาจปลายแถว” หรือ “อำนาจดิบเถื่อน” ก็ยิ่งไร้ศักยภาพด้านนี้โดยสิ้นเชิง)

“ตำแหน่งแห่งที่” ต่างๆ อาจใช้เป็นเครื่องมือปกครองควบคุมคนได้เพียงชั่วคราว แต่เอาชนะใจผู้คนในระยะยาวไม่ได้

ส่วน “ทรัพย์สินเงินตรา” นั้นอาจใช้ “ซื้อใจ” คนได้ แต่ยากจะใช้ “ครองใจ” คน

ตรงกันข้าม การสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับสาธารณชนวงกว้าง การพยายามเข้าอกเข้าใจเพื่อนมิตรร่วมสังคมที่มีความแตกต่างหลากหลาย การทำตนให้เรียบง่ายกลืนกลายเข้ากับผู้คนปกติธรรมดาต่างหาก ซึ่งเป็น “วิถีพึงปฏิบัติ” ของคนที่หวังจะเป็น “นักการเมือง/บุคคลสาธารณะที่ดี”

ดังที่ “ผู้นำทางการเมือง” จำนวนหนึ่งได้ถ่ายทอดประสบการณ์เอาไว้

คนที่หลงคิดว่าตนเองพิเศษวิเศษวิโสกว่าคนอื่น งอแงว่าตนเองควรได้รับการปกป้องทะนุถนอมมากกว่าคนอื่น และหัวร้อน อารมณ์เสียง่าย ควบคุมตัวเองไม่อยู่ ยามต้องแสดงความรู้สึกสำนึกเสียใจต่อหน้าธารกำนัล

นั้นยากที่จะวิวัฒน์พัฒนามาเป็น “นักการเมือง” หรือ “บุคคลสาธารณะ” ที่ดีของสังคม

ปราปต์ บุนปาน