ไม่ใช่ “การเมืองไทยร่วมสมัย” เท่านั้นหรอก ที่ต้องหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่กับปัญหา “ทางตัน” รวมถึงการแสวงหา “ทางเลือก-ทางรอด-ความเป็นไปได้ใหม่ๆ” ซึ่งหลงเหลืออยู่ใน “ระบอบประชาธิปไตย”
แต่สังคมการเมืองในประเทศอื่นๆ ก็กำลังครุ่นคิดหาทางออกจากปัญหาเหล่านั้นไม่แตกต่างกัน เช่นใน “สหราชอาณาจักร” (อังกฤษ) เป็นต้น
ไม่กี่วันที่ผ่านมา “ซาราห์ สุลตาน่า” นักการเมืองหญิงเชื้อสายปากีสถาน ส.ส.เขตโคเวนทรีใต้ ได้ตัดสินใจลาออกจากพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล
หลังจากเธอมีปัญหาความขัดแย้งกับพรรคตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะเป็น 1 ใน 7 ส.ส.พรรคแรงงาน ที่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายของพรรคชาติสกอต ซึ่งเสนอให้รัฐยกเลิกนโยบายจำกัดการให้สวัสดิการแก่ครอบครัวที่มีบุตรสองคนขึ้นไป อันถือเป็นการโหวตสวนมติรัฐบาล
สุลตาน่าประกาศว่าจะไปร่วมจัดตั้ง “พรรคการเมืองทางเลือกใหม่” กับ “เจเรมี คอร์บิน” ส.ส.อิสระ เขตอิสลิงตันเหนือ (ลอนดอน) อดีตหัวหน้าพรรคแรงงาน อดีตผู้นำฝ่ายค้าน นักการเมืองแนวสังคมนิยม (หรือบางคนก็มองว่าเป็นฝ่ายซ้ายสุดโต่ง) ที่ต้องหมดบทบาทจากพรรคแรงงานในยุคของ “เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์”
กระนั้นก็ดี คอร์บินยังสามารถชนะเลือกตั้ง แล้วกลับเข้าสภามาทำงานในฐานะ ส.ส.อิสระ ได้อย่างแข็งขัน โดยเฉพาะในประเด็นการต่อต้านสงครามที่ฉนวนกาซา
ล่าสุด คอร์บินได้ออกแถลงการณ์ถึงความร่วมมือระหว่างกลุ่มการเมืองของเขากับ ส.ส.หญิงที่เพิ่งลาออกมาจากพรรครัฐบาลว่า
“ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงกำลังจะเกิดขึ้น
“หนึ่งปีผ่านไปภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลพรรคแรงงานชุดปัจจุบันได้ปฏิเสธที่จะส่งมอบความเปลี่ยนแปลงแท้จริง อันเป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังและสมควรจะได้รับ
“ความยากจน, ความไม่เสมอภาค และสงคราม จึงยังคงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก ประเทศของเราจำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางกันตั้งแต่ตอนนี้
“ผมขอแสดงความชื่นชม ‘ซาราห์ สุลตาน่า’ ที่ตัดสินใจลาออกจากพรรคแรงงาน โดยยึดถือหลักการทางการเมืองของตนเองเอาไว้ ผมยินดีที่เธอจะเข้ามาช่วยเหลือพวกเราเพื่อลงมือสร้าง ‘ทางเลือกใหม่ที่แท้จริง’
“การก่อตั้งพรรคการเมืองแบบใหม่ตามวิถีทางประชาธิปไตยกำลังจะเกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างในเร็ววันนี้ การถกเถียงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวกำลังดำเนินไป และผมมีความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ทำงานเคียงข้างกับทุกๆ ชุมชน ซึ่งปรารถนาจะต่อสู้เพื่ออนาคตที่ดีกว่านี้ของประชาชน
“เมื่อร่วมมือกัน เราสามารถสร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่าง ซึ่งสูญหายไปอย่างสิ้นเชิงในระบบการเมืองที่ชำรุดผุพัง ณ ตอนนี้
“สิ่งนั้นก็คือ ‘ความหวัง’”
ใครๆ ต่างก็รู้ว่าเงื่อนไขและบริบทของการเมืองอังกฤษ นั้นแตกต่างจากการเมืองไทยแน่ๆ
แต่ประเด็นสำคัญข้อหนึ่งจากแถลงการณ์ของคอร์บิน ซึ่งสอดคล้องกับสังคมการเมืองไทยปัจจุบันอยู่ไม่น้อย ก็คือ ณ โมงยามนี้ บ้านเมืองเราก็กำลังเดินหน้าโซซัดโซเซไปอย่าง “ไร้ความหวัง” เช่นเดียวกัน
หน้าที่สำคัญของบรรดานักการเมือง จึงได้แก่ การร่วมมือกันเร่งสร้าง “ความหวัง” ให้แก่ประชาชน (อันเป็นคนละอย่างกับการสร้าง “ความหวังลมๆ แล้งๆ” ปลอบประโลมใจตนเองไปวันๆ)
ปราปต์ บุนปาน

