สถานีคิดเลขที่ 12 : ทางออก-ทางตัน

8.07.25 | 11:50 น.

ทางออก-ทางตัน

หลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯชั่วคราว ข้อเสนอทางการเมืองมีหลากหลาย

หนึ่ง เป็นข้อเสนอตามวิถีประชาธิปไตย อีกหนึ่ง เป็นข้อเสนอให้รัฐประหาร

ข้อเสนอตามวิถีประชาธิปไตยก็มีครบถ้วน ทั้ง ลาออก และยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่

กลุ่มที่เรียกร้องให้ลาออก มองว่าจะเป็นทางออกให้กับประเทศ เพราะเรายังมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกหลายคน

Advertisement

แน่นอน กลุ่มที่คาดหวังให้เกิดขึ้นย่อมมีกลุ่มที่มีส่วนได้เสียรวมอยู่ด้วย

สำหรับแคนดิเดตนายกฯ มีทั้งนายชัยเกษม นิติสิริ จากพรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จากพรรครวมไทยสร้างชาติ

แต่กรณีของ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีข้อครหาเรื่องเสียงสนับสนุนในปัจจุบัน

สำหรับข้อเสนอให้ยุบสภา ก็เกิดขึ้นจากพรรคประชาชน ด้วยเหตุเกรงว่า หากปล่อยให้เหตุการณ์ยืดเยื้อออกไป อาจมีความพยายามปลุกปั่นสถานการณ์ให้ทหารออกมารัฐประหาร

คล้ายๆ กับเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2549 และชัดๆ กับเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2557

ความพยายามของพรรคประชาชนนอกจากจะเสนอให้ยุบสภาแล้ว ยังมี “จุดยืน” ที่พร้อมสนับสนุนคนที่จะเป็นนายกฯคนต่อไปที่ประกาศว่าจะบริหารประเทศไปสักพักแล้วยุบสภา

แน่นอนว่า พรรคประชาชนนั้นมีคะแนนนิยมเพิ่มสูงขึ้นมาก แม้ก่อนหน้านี้จะเพลี่ยงพล้ำไปตอนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ต้องสะดุด นายชัยธวัช ตุลาธน ต้องหยุดทำงาน และพรรคก้าวไกลถูกยุบ

แต่บัดนี้พรรคประชาชน และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค กำลังกลายเป็นความหวังอีกครั้ง หากมีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ พรรคประชาชนอาจจะได้รับแรงหนุนแบบแลนด์สไลด์ก็ได้

ส่วนกลุ่มที่โหยหาการรัฐประหาร คือ กลุ่มที่ไม่ชอบพรรคเพื่อไทย ไม่ชอบพรรคประชาชน ไม่ไว้ใจประชาชน

แม้ว่าจะมีคนบอกว่า ด้วยอำนาจของรัฐธรรมนูญปัจจุบันก็เหมือนกับยึดอำนาจประชาชนอยู่แล้ว แต่สำหรับกลุ่มคนที่ทนไม่ได้กับบทบาทของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ย่อมรู้สึกไม่พอใจกับสถานการณ์ปัจจุบัน

หนึ่ง มีความคิดที่จะปลุกปั่นสถานการณ์ให้การเมืองเข้าสู่มุมอับ เพื่อเปิดทางให้ยึดอำนาจ

อีกหนึ่ง เริ่มมีความคิดที่จะหา “คนนอก” มาเป็นนายกฯ แทนแคนดิเดตทั้งหมด

ด้วยการประเมินว่า ขณะนี้ นักการเมืองทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ต่างมีคดีความอยู่ในมือองค์กรอิสระ

วันเวลาในการพิจารณาจะอยู่ประมาณปลายปีนี้พร้อมๆ กัน

ดังนั้น หากทั้ง ส.ว.และ ส.ส. รวมถึงรัฐบาลต้องเผชิญหน้ากับคำตัดสินจนการเมืองไปไม่ได้

มีข้อเสนอให้ใช้มาตรา 5 รัฐธรรมนูญ ในการหาทางออกของประเทศ

นายกฯจะเป็นใครนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ไม่น่าจะใช่คนจากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนแน่

อย่างไรก็ตาม ทุกข้อเสนอที่ปรากฏ ถือเป็นความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย จะมีข้อสงสัยก็เพียงผู้เสนอให้รัฐประหารนั้น จะเข้าข่ายความผิดกฎหมายอะไรหรือไม่

จากข้อเสนอต่างๆ ยังวนเวียนอยู่ที่ “ประชาธิปไตย” และ “รัฐประหาร” แต่ละฝ่ายต่างบอกว่าเป็น “ทางออก” ของประเทศ

แต่ด้วยประสบการณ์ที่ประเทศไทยผ่านทั้ง “ประชาธิปไตย” และ “รัฐประหาร” มาแล้ว

คงมีบทสรุปด้วยความประจักษ์กันแล้วว่า อะไรคือ “ทางออก” และอะไรคือ “ทางตัน” ของประเทศไทยกันแน่