เป็นความรู้สึกส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับใคร
เป็นความรู้สึกถึงความ “ล่มสลาย” ในหลายๆ ด้านที่ประดังประเดเข้ามา
การเมืองนั้น รู้สึกถึงภาวะล่มสลายต่อเนื่องมานานนับทศวรรษแล้ว
เราไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ที่พันธนาการ “พันลึก” จนกระดิกกระเดี้ยไปไหนไม่ได้
ส่งผลร้ายมาถึงทุกวันนี้ และลามสู่ทุกวงการทั้ง เศรษฐกิจ สังคม หรือแม้กระทั่งศาสนา
ความเสื่อมโทรมทางศาสนา มิใช่ปัญหาเฉพาะ “เจ้ากู” เท่านั้น
หากแต่เกี่ยวเนื่องกับการบ้าน-การเมือง ทั้งโดยตรง-โดยอ้อม ที่ไม่อาจเกื้อหนุน ตรวจสอบ ถ่วงดุล ลงโทษ “เจ้ากู” ที่นอกลู่นอกทางได้
พุทธศาสนา จึงอยู่ในภาวะ “วิกฤต” อย่างที่แลเห็น
เกิดความรู้สึก “ล่มสลาย” ทางจิตวิญญาณและศรัทธา อย่างแรง
จนมีอารมณ์ประชดประเทียดว่าจะเห็น “กาสาวพัสตร์+อภิวัฒน์” หรือ “กาสาวพิวัฒน์” เพื่อฟื้นฟูพุทธศาสนาบ้านเราได้บ้างหรือไม่
ระหว่างที่สะทกสะท้านกับวิกฤตศรัทธาในพุทธศาสนา
เสียงปืนก็กัมปนาทขึ้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะแต่ละฝ่ายได้เติมเชื้อเกลียดชังในจิตใจมาต่อเนื่อง
ที่สุด “สงคราม” ก็เกิดขึ้น
เกิดพร้อมกับความรู้สึกส่วนตัวอย่างที่บอกตอนต้น นั่นคือใจล่มสลาย
ชีวิตการทำข่าว ทำให้จับพลัดจับผลู ได้สัมผัสบรรยากาศ “สงคราม” บ้าง
หนึ่งในนั้น คือ สงครามไทย-ลาว ที่บ้านร่มเกล้า เมื่อช่วงต้นปี 2531
กระแสชาตินิยมถูกปั่นขึ้นสูงเหมือนตอนนี้ ถึงขนาดจะบุกไปเผาเวียงจันทน์
แต่ที่สุด สงคราม ก็บอกและยืนยันว่าไม่มีใครชนะ มีแต่ความสูญเสีย และสูญเปล่า
ความทรงจำที่ตรึงในใจไม่รู้คลาย
คือ การนั่งเฮลิคอปเตอร์ฝ่าหมอกหนาทึบและลมเย็นยะเยือกของปลายฤดูหนาวจากกองทัพภาคที่ 3 พิษณุโลก ไปบ้านร่มเกล้า
แม้ทัศนวิสัยไม่ดี แต่ในความรู้สึก กลับสดใสและอบอุ่น
สดใสและอบอุ่น กับการได้ทำข่าว ทหารไทย-ลาว เจรจาหยุดยิงแปรสนามรบไปสู่ สนามสันติภาพ
ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง
และตอกย้ำหนักแน่นมาถึงวันนี้ ว่า “ต้อง” เดินตามแนว “สันติภาพ” เท่านั้นจึงจะมีทางออก
เพราะจากวันนั้นถึงวันนี้ ไทย-ลาวไม่ได้ลั่นกระสุนปืนใส่กันและการ “เจรจา” เขตแดนตกลงกันได้กว่า 90%
ทั้งนี้ เมื่อกล่าวถึงการแปรสนามรบไปสู่สนามสันติภาพ แล้ว
อีกประสบการณ์ตรงหนึ่งที่ได้สัมผัสและทำข่าว นั่นคือการ “แปรสนามรบ ให้เป็นสนามการค้า” ของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ
โดยจุดเปลี่ยนและเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ก็คือการที่กองทัพเวียดนามถอนทหารออกจากกัมพูชา ในเดือนกันยายน 2532
“ฮุน เซน” ที่เคยถูกกล่าวหาเป็นหุ่นเชิดเวียดนาม ได้รับการยอมรับและมีที่ยืนในเวทีนานาชาติ หลังเหตุการณ์ดังกล่าว
และปูทางสู่การครองอำนาจ (แน่นอนว่ามากด้วยเล่ห์เหลี่ยม) มาจนถึงวันนี้
ฮุน เซน ในวันนั้น ขายภาพความโหดเหี้ยมของสงครามที่เกิดจาก เขมรแดงเต็มที่
ทุ่งสังหาร เรือนจำฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลเสลง ถูกนำมาโชว์สื่อจากทั่วโลก
ซึ่งทุกคนก็เห็นพ้องว่า สงครามไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายใด โหดร้าย อย่างยิ่ง
มีคนเขมรถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นับล้าน
สงคราม จึงเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่ควรเกิดขึ้นทั้งในกัมพูชา และที่ไหนๆ
แต่ กระนั้น สิ่งที่เจ็บปวด
ฮุน เซน กลับใช้สงครามและเรื่องชาตินิยมเป็นเครื่องมือในการสร้าง “อำนาจ” ในกับตนเองและพวกพ้องมาตลอด
แน่นอน รวมถึง “สงคราม” ตอนนี้ด้วย
ฮุน เซน ใช้เล่ห์เหลี่ยมดึงเอาไทยที่กำลังมี “ภูมิต้านทานบกพร่อง” ในทุกด้าน ให้หลงกล หลงเหลี่ยม เข้าไปอยู่ในสมรภูมิ
สมรภูมิที่ยังไม่รู้จะจบลงอย่างเลวร้ายขนาดไหน
และจะทำลายความรู้สึกดีๆ ให้ล่มสลายลงเพียงใด
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

