สถานีคิดเลขที่ 12 : ส.ว.เลือก ‘ตุลาการ’

5.08.25 | 12:01 น.

เมื่อไม่กี่วันมานี้มีรายงานข่าวว่า นายชาตรี อรรจนานันท์ อดีตผู้สมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยื่นคำร้องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินให้เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย 3 ข้อ

หนึ่ง ขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมวุฒิสภาที่ให้ความเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568

สอง หากศาลเพิกถอนมติเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 แล้วขอให้ศาลเพิกถอนและยกเลิกกระบวนการสรรหาครั้งใหม่ที่มีขึ้นและกระบวนการให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ด้วย

และสาม ขอให้ศาลกำหนดมาตรการชั่วคราวก่อนวินิจฉัยด้วยการสั่งวุฒิสภาให้หยุดหรือระงับการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปก่อน

เหตุผลที่นายชาตรีไปยื่น ระบุว่า วันที่ 18 มีนาคม 2568 ที่ประชุมวุฒิสภามีวาระในการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

Advertisement

ก่อนหน้านั้นคณะกรรมการสรรหาได้เสนอชื่อ ศ.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และนายชาตรี อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ให้วุฒิสภาเห็นชอบ

แต่วุฒิสภามีมติ ไม่เห็นชอบ

ตาม พ.ร.ป.ศาลรัฐธรรมนูญฯ ม.12 วรรคเก้า ระบุว่า เมื่อวุฒิสภาไม่เห็นชอบผู้สมัครรายใดหรือทั้งชุด จะต้องส่งรายชื่อผู้ที่ไม่ได้รับการเห็นชอบนั้นกลับไปยังคณะกรรมการสรรหาพร้อมด้วยเหตุผลภายใน 60 วันนับแต่วันที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบ

เมื่อเลยกำหนด นายชาตรีได้ทำหนังสือไปถึงสำนักงานวุฒิสภาเพื่อขอทราบเหตุผล แต่ได้รับคำตอบว่า การลงมติเป็นการประชุมลับ จึงไม่มีการบันทึกเหตุผลว่าวุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบเพราะอะไร

นายชาตรีจึงเห็นว่า การดำเนินการของวุฒิสภาในการไม่ให้ “เหตุผล” เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 3 วรรคสองที่ระบุให้รัฐสภาต้องปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นิติธรรม เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติ

และใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระก็ไม่ปรากฏว่า ตำแหน่งอื่นๆ วุฒิสภาต้องส่งเหตุผลไปยังคณะกรรมการสรรหา

มีแต่ตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้นที่กฎหมายกำหนดเอาไว้

ดังนั้น วุฒิสภาต้องแจ้งเหตุผลไปยังคณะกรรมการสรรหาใช่ไหม

เรื่องนี้ถือเป็นสิทธิของนายชาตรีที่อยากรู้ และถือเป็นโอกาสอันดีของกระบวนการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

เพราะการโหวตเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีข้อครหา

ด้านคุณสมบัติผู้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่า วุฒิสภาไม่เห็นชอบให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ด้านรัฐศาสตร์ ด้านบริหารงานยุติธรรม วุฒิสภา ผ่านความเห็นชอบ

แต่กลับไปเห็นชอบผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์

ด้านความชอบธรรมในการโหวตมีข้อครหา เพราะสมาชิกวุฒิสภากว่าร้อยคนอาจต้องไปสู้คดีเรื่องฮั้วเลือก ส.ว.ในศาลรัฐธรรมนูญ

และผลโหวตออกมาด้วยมติ 143 ต่อ 17 เสียง เห็นได้ว่า ส.ว.หลายคนที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี เป็นผู้โหวตสนับสนุนด้วยไม่มากก็น้อย จึงไม่แปลกที่เกิดข้อครหาขึ้น

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อตัวผู้มีส่วนได้เสียอย่างนายชาตรี การแจ้งเหตุผลที่ไม่เลือกนายชาตรีเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็น่ากระทำ

ตอนนี้ขั้นตอนอยู่ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ต่อไปเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ยังต้องลุ้น

และเมื่อถึงมือศาลรัฐธรรมนูญแล้ว คดีจะออกมาเช่นไร

ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ

นฤตย์ เสกธีระ