หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องชื่นชมการทำงานของรัฐบาล จากวันที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย ต้องเข้ามารับหน้าที่รักษาราชการแทนนายกฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯชั่วคราว
ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ของประเทศไม่สู้ดีนัก
หนึ่ง ปัญหาทางเศรษฐกิจ เกี่ยวกับภาษีมะกันไม่ชัดเจน ไทยต้องเจรจาให้ภาษีซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ กำหนดภาษีนำเข้าจ่าย 36 เปอร์เซ็นต์ ลดลง
หนึ่ง ปัญหาความมั่นคง ชายแดนไทย-กัมพูชาที่รุนแรงถึงระดับที่กองทัพเขมรโจมตีเป้าหมายพลเรือนของไทย เป็นเหตุให้คนไทยเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ
เหตุการณ์ขยายกลายเป็นการปะทะ ไทยต้องเผชิญหน้าทั้งด้านอาวุธ และด้านเฟคนิวส์จากฝ่ายเขมร
อีกหนึ่ง ปัญหาด้านการเมือง
ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจำ ที่ถือเป็นความเปราะบางของประเทศอย่างที่สุด เพราะทุกปัญหาที่ไทยเผชิญหน้าล้วนวิกฤต หากไทยขาดความสามัคคี
โอกาสเพลี่ยงพล้ำมากกว่าควบคุมสถานการณ์ได้ย่อมมีสูง แต่ในที่สุดประเทศไทยก็พ้นจากจุดวิกฤตสูงสุด
สหรัฐอเมริกาประกาศเก็บภาษีไทย จากเดิมที่กำหนด 36 เปอร์เซ็นต์ ลดเหลือ 19 เปอร์เซ็นต์
ปัญหาชายแดน ทั้งการปะทะด้านอาวุธ และตั้งรับกับเฟคนิวส์ของเขมร ไทยควบคุมได้
กองทัพไทยกับรัฐบาลเห็นพ้องกัน สถานการณ์ชายแดนไทยก็เอาชนะได้
สถานการณ์เฟคนิวส์ที่แรกๆ ดูเหมือนไทยจะตั้งรับ เมื่อกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายราชการประจำเห็นพ้องขับเคลื่อนปกป้อง “ความจริง”
จวบจนถึงบัดนี้เชื่อว่าโลกมองเห็นแล้วว่า อะไรคือ “ความจริง” อะไรคือ “ความเท็จ”
ด้านความขัดแย้งอื่นๆ ระหว่างฝ่ายราชการกับฝ่ายการเมือง ทำให้งานแก้ไขปัญหาสังคมไม่สำเร็จ
หากจำได้ เมื่อนายภูมิธรรมใช้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหยิบยกประเด็นการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นแก่นแกนในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข วันนั้นต้องยอมรับว่าการขานรับน้อยจริงๆ
แต่วันนี้หลังจากที่นายภูมิธรรมประกาศอีกครั้ง No Drugs No Dealers หลายวันผ่านไป ได้เห็นฝ่ายราชการขยับ
การบุกค้นและจับกุมผับดังที่ปทุมธานี และนนทบุรี ตอกย้ำว่า หากเจ้าหน้าที่เอาใจใส่ยาเสพติดจำนวนมาก และนักเที่ยวที่เสพยาในผับ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตอกย้ำว่าสถานการณ์ยาเสพติดในไทยเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขจริงจัง
เรื่องนี้ฝ่ายการเมืองประกาศเอาจริง แม้ก่อนหน้านี้อาจจะไม่ค่อยได้เห็นฝ่ายราชการประจำขยับ แต่ตอนนี้เริ่มเห็นการขับเคลื่อน ทำให้ความหวังของประชาชนเริ่มบังเกิด
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขณะนี้เป็นเพียงแค่การส่งสัญญาณดี ด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และด้านแก้ปัญหาสังคม เพราะสัญญาณทางการเมืองยังคลุมเครือ
แวดวงการเมืองพูดถึงคดี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เกี่ยวกับคลิปเสียง สมเด็จฯฮุน เซน พูดถึงคดีที่ ป.ป.ช.กำลังพิจารณากรณีมาตรา 144 ที่เกี่ยวพันกับงบประมาณ 3.5 หมื่นล้าน ซึ่งมีผลต่อสถานะของสมาชิกรัฐสภา และคดีอื่นๆ
แต่แค่ 2 คดีที่กล่าวถึงก็กระทบต่อฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ
ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศตามรัฐธรรมนูญ
คาดว่าเดือนสองเดือนนี้คดีต่างๆ จะมีความชัดเจนมากขึ้น
ดังนั้น สถานการณ์ในช่วงนี้จึงอยู่ในสภาพที่คลุมเครือ ประเทศยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้
นฤตย์ เสกธีระ

