หมวก 2 ใบ บน “ศีรษะ” ของ นายภูมิธรรม เวชยชัย คือ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ต้องถือว่า “ใหญ่มาก”
เมื่อใหญ่มาก ก็ย่อมนำไปสู่ความรับผิดชอบ อันใหญ่ยิ่งเช่นกัน
ดังนั้นสิ่งที่นายภูมิธรรม รับอยู่ตอนนี้ จึง “หนักหนา”
เป็นความหนักหนา ที่ต้อง “ทำ” และ ต้อง “รีบ” ไปเสียทุกเรื่อง
เพราะเกี่ยวเนื่องกับอนาคตของรัฐบาล
ในหมวกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
แค่นโยบาย 8 Quick Wins
อันแยกเป็น “3 ไร้ทุกข์”
ประกอบด้วย
เร่งปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดเชิงรุกทุกพื้นที่
เร่งจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล
สร้างพื้นที่ทั่วประเทศไทยให้ปลอดภัยสำหรับทุกคน
ส่วนที่เหลือเป็น “5 สร้างสุข” คือ
เร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นระบบ คืนรอยยิ้มให้ครอบครัว
เร่งสร้างเสริมสุขภาวะและการศึกษาชุมชน/หมู่บ้านเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
เร่งสร้างเมืองคึกคัก เน้น Soft Power รักษ์ศิลปวัฒนธรรรม สร้างนวัตกรรม และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง
เร่งปรับปรุงบริการภาครัฐ ให้สะดวก รวดเร็ว ตรงใจ ทันสมัย ทันโลก
เร่งปรับปรุงระบบรับเรื่องร้องทุกข์ให้เข้าถึงและแก้ปัญหาเบ็ดเสร็จ เร็วขึ้น
จะเห็นว่า “3 ไร้ทุกข์-5 สร้างสุข” ครอบคลุมงานมหาศาล ทำให้สำเร็จสักครึ่งหนึ่ง ก็ต้องถือว่ายอดเยี่ยม
แต่กระนั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่นายภูมิธรรมจะมีสมาธิในการทำแค่ไหน
เพราะงานในมหาดไทยยังมีสิ่งอื่นอีกมาก เพียงแค่สิ่งที่เชื่อมโยงไปยังงานการเมือง อย่างเรื่องที่ดินเขากระโดง ก็แย่งเวลาไปไม่น้อย
ยังไม่รวมถึงการต้องจัดแถว ลด “สี” ข้าราชการ ให้ “น้ำเงิน” เจือจางลงก็กำลังถูกจับตา
จับตาว่าจะจัดแถว ทันการณ์ กับ “การเมือง” ที่อ่อนไหวอย่างยิ่ง หรือไม่
ซึ่งเมื่อกล่าวถึง “การเมืองอันอ่อนไหว” แล้ว
แน่นอนว่า หมวกอีกใบ ที่นายภูมิธรรมสวมอยู่ คือ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ก็อยู่ในห้วงอันชวนระทึกใจ
เป็นความระทึกใจอันเกี่ยวเนื่องกับปัญหากัมพูชา ที่ทับซ้อนกันอยู่ ทั้งเรื่องความมั่นคง และเรื่องการเมือง
ความมั่นคงนั้น ชัดเจนว่า กระแสสังคม เทไปอยู่ข้าง “กองทัพ”
ฝ่ายการเมือง นอกจากจะไม่สามารถ “แชร์” แรงหนุนได้แล้ว
ยังถูกมองเป็น “ฝ่ายถ่วงรั้ง” เสียอีก
ซึ่งไม่เป็นผลดีกับฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะรัฐบาล เลย
จึงเป็นภารกิจอันหนักหนาของ “รักษาราชการแทนนายกฯ” จะ “รีบ” ทำให้เกิดความสมดุลอย่างไร
แน่นอน ก็อย่างที่แลเห็น คือแม้นายภูมิธรรมจะตั้งใจและพยายามแค่ไหน แต่ก็ดูเหมือนจะเป็น “ฝ่ายตาม” ไปในทุกเรื่อง
และยิ่งเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดวาระออกมาแล้วว่า วันที่ 29 สิงหาคม จะมีการวินิจฉัยคดี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กรณีคลิปสนทนากับ “ฮุน เซน”
ซึ่งเหลือเวลาแค่ 2 สัปดาห์
เป็น 2 สัปดาห์ ที่ต้อง “รีบ” และ “เร่ง” ตัดสินใจว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยจะเลือกเดินทางไหน
ซึ่งกรณีนี้ แม้รักษาราชการแทนนายกฯ จะแสดงออกถึงความหนักแน่น และ “ไม่รีบ”
โดยนายภูมิธรรมบอกว่า “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็มีกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว ก็คงไม่ต้องเตรียมอะไร”
แต่จริงๆ แล้วเป็นเช่นนั้นหรือไม่
เชื่อว่ามากด้วยความเห็นต่าง เป็นความเห็นต่าง ที่มองว่ากรณีนี้ต้อง “รีบ”
รีบชั่งน้ำหนักว่าจะเลือกทางไหน
แน่นอน ระดับการตัดสินใจ คงไม่ใช่ “รักษาราชการแทนนายกฯ”
แต่อยู่ที่ “ชินวัตร” จะ “รีบ” ตัดสินใจในห้วงก่อน 2 สัปดาห์นี้ อย่างไร
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

