สถานีคิดเลขที่ 12 : หมดหวัง ส.ส. โดย นฤตย์ เสกธีระ

19.08.25 | 11:11 น.

ไม่น่าแปลกใจหรอกที่ผลการสำรวจของนิด้าโพลจะออกมาแบบนี้

นิด้าเผย ปชช.กว่า 41% หมดหวังกับ ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในการแก้ปัญหาประเทศ

จากรายงานระบุว่า ความพอใจของประชาชนต่อการทำงานของ ส.ส.ปัจจุบัน ในเขตเลือกตั้ง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 32.29 ระบุว่าไม่ค่อยพอใจ รองลงมาร้อยละ 28.24 ระบุว่าไม่พอใจเลย

อีกร้อยละ 27.18 ระบุว่าค่อนข้างพอใจ และร้อยละ 11.60 ระบุว่าพอใจมาก

นอกจากนี้ในคำถามที่ว่า

Advertisement

การเลือก ส.ส.ปัจจุบัน ในเขตเลือกตั้งให้กลับเข้าสู่ตำแหน่ง หากวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง

ผลการสำรวจพบว่า ตัวอย่างร้อยละ 50.69 ระบุว่าไม่เลือก รองลงมาร้อยละ 25.57 ระบุว่าไม่แน่ใจ และร้อยละ 23.74 ระบุว่าเลือก

สำหรับความหวังของประชาชนต่อพรรคการเมืองที่มี ส.ส.อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบัน ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในการแก้ปัญหาของประเทศ

พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 41.91 ระบุว่าหมดหวังแล้ว รองลงมาร้อยละ 34.19 ระบุว่าค่อนข้างหมดหวัง ร้อยละ 20.92 ระบุว่าค่อนข้างมีความหวัง และร้อยละ 2.98 ระบุว่ามีความหวังมาก

โดยคำถามสุดท้ายเมื่อถามถึงการเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองเดิมที่เคยเลือกเมื่อปี 2566 หากวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง

พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 40.46 ระบุว่าไม่เลือก รองลงมาร้อยละ 29.47 ระบุว่าเลือก ร้อยละ 26.95 ระบุว่าไม่แน่ใจ และร้อยละ 3.12 ระบุว่ายังไม่เคยไป/ไม่ได้ไปลงคะแนนเสียง

เหตุที่บอกว่าไม่แปลกใจเพราะการทำงานของสภาที่มาจากการเลือกตั้งในขณะนี้มีอุปสรรคมากเหลือเกิน

หนึ่ง อุปสรรคจากรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้รัฐบาลเป็นรัฐบาลผสม

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีบทบัญญัติมากกว่าที่พิสูจน์แล้วว่า เอื้อเสียงส่วนน้อยมากกว่าเสียงส่วนใหญ่

และยังมีบทบัญญัติที่สามารถทำลายล้างรัฐบาล นายกฯ และรัฐมนตรี ได้ด้วยการสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง

หลายครั้งจึงปรากฏว่า แม้ประชาชนจำนวนนับล้านจะเลือกใคร แต่ใครคนนั้นก็สามารถหลุดจากหน้าที่โดยคนไม่ถึงสิบคน

คนที่จะได้เป็นนายกฯ ก็ไม่ได้เป็น คนที่เป็นนายกฯ ก็อยู่ไม่ครบเทอม

ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการระวังตัว จนแทบจะเรียกได้ว่าไม่ทำอะไร

ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ล่าช้า

หนึ่ง อุปสรรคจากผลพวงความขัดแย้งที่ส่งผลต่อแนวความคิดที่แตกต่างกัน แต่ต้องทำงานร่วมกัน

จากรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน จนถึงรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ได้ผลักดันให้เกิดโครงการใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ

แต่โครงการเรือธงหลายอย่างทำไม่สำเร็จ เนื่องจากความคิดเห็นของคน 2 กลุ่มไม่ตรงกัน

แม้จะทำงานด้วยกัน แต่ความเห็นแตกต่างกัน อะไรหลายๆ อย่างจึงไปไม่ถึงฝั่ง

นับตั้งแต่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่าง ดิจิทัลวอลเล็ต เรื่อยมาจนถึงล่าสุด โครงการดึงลงทุน เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

หนึ่ง อุปสรรคจากการทำงานให้บรรลุเป้าหมายโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ ทำให้เครดิตของฝ่ายการเมืองเสื่อมทรุด กลายเป็นจุดอ่อนถูกโจมตี

เมื่อแก้รัฐธรรมนูญไม่คืบ แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ แล้วเกิดโรคแทรกซ้อนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

รัฐบาลไม่มีสมาธิในการขับเคลื่อนประเทศ

สุดท้ายคนก็รู้สึกผิดหวัง

ผลจากนิด้าโพลที่ออกมาไม่แปลก

แต่ที่แปลกคือคนไทยที่รักชาติ รู้ทั้งรู้ว่าอุปสรรคต่างๆ จะนำมาถึงจุดนี้สักวันหนึ่ง

แต่ก็ยังยินยอม

นฤตย์ เสกธีระ