สถานีคิดเลขที่ 12 : เกมชิงนายกฯ โดย นฤตย์ เสกธีระ

2.09.25 | 11:00 น.

ดูเหมือนว่าเกมการชิงนายกรัฐมนตรีหลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต้องพ้นจากเก้าอี้นายกฯ จะดุเดือด

แต่ก็เป็นความเดือดที่อยู่ในเกม คือ อยู่ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันแตกต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในช่วงเปลี่ยนผ่าน

สมัยที่พรรคก้าวไกลได้ ส.ส.จำนวนสูงสุด พรรคเพื่อไทยมี ส.ส.เป็นอันดับ 2 จุดชี้ขาดผู้ที่จะเป็นนายกฯได้ต้องผ่านทั้งสภาและวุฒิสภา

ต้องมีเสียงสนับสนุนจากสภาเกินกึ่งหนึ่ง และต้องมีเสียงสนับสนุนจากวุฒิสภา 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว.ทั้งหมด

Advertisement

เกมจึงไปตกอยู่ที่ ส.ว. และเมื่อ ส.ว.ไม่ชอบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ทำให้นายพิธาไม่ได้เป็นนายกฯ

บรรดาพรรคการเมืองจึงต้องเอนเอียงตามความต้องการของ ส.ว.

แล้วก็ไปเข้าทางพรรคเพื่อไทยที่ยอมสลัดทิ้งพรรคก้าวไกล และเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน ขึ้นเป็นนายกฯ

และกลายเป็นความเคืองใจระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยมาถึงบัดนี้

แต่เกมการชิงนายกฯในขณะนี้ สมาชิกวุฒิสภาไม่ได้อยู่ในสมการโหวตเลือกนายกฯ

เกมกลับกลายเป็นฝ่ายพรรคเพื่อไทยที่ชูเป็นรัฐบาลขั้วเดิม มี นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ กับพรรคภูมิใจไทยที่เสนอ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ยังมีเสียงในสภาไม่ถึงครึ่ง

ตัวแปรสำคัญอยู่ที่พรรคประชาชน โดยประกาศสนับสนุนขั้วที่ยอมทำตามเงื่อนไข 3 ประการ

หนึ่ง ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน สอง ต้องทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสาม พรรคประชาชนยังขอเป็นฝ่ายค้านต่อไป

ทั้งนี้ เพราะก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่ามีกลุ่มผู้ไม่ปลื้มกับประชาธิปไตยพยายามจะตั้งรัฐบาลตามมาตรา 5

ขณะที่พรรคประชาชนก็เข้าใจดีว่าเกมชิงนายกฯครั้งนี้ ไม่ใช่วุฒิสภาเป็นผู้กำหนดเหมือนเก่า

หากแต่ผู้กำหนดคือพรรคประชาชน

ดังนั้น ตอนที่วุฒิสภาซึ่งสืบเชื้อสายมาจาก สนช. เป็นผู้กำหนดเกมนายกฯ สนช.ย่อมดำเนินการทุกอย่างเพื่อสนอง คสช.

ในเมื่อแคนดิเดตนายกฯจากพรรครวมไทยสร้างชาติที่มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ด้วย และแคนดิเดตนายกฯจากพรรคพลังประชารัฐที่มีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ด้วย ไม่สามารถจะก้าวเข้าสู่การแข่งขันได้ เนื่องจากจำนวน ส.ส.ไม่เพียงพอ

กลไกของวุฒิสภาตอนนั้นจึงเป็นผู้กำหนดเกมชิงนายกฯ

แล้ววุฒิสภาก็เลือกแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ และมีพรรคอื่นๆ เข้าร่วมเป็นรัฐบาลผสม

ณ วันนี้เกมชิงนายกฯอยู่ในมือของพรรคประชาชน

พรรคประชาชนคือพรรคก้าวไกลเดิม เป็นพรรคที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน จนทำให้ได้ ส.ส.มากที่สุดในสภา

ดังนั้น เชื่อว่าพรรคประชาชนจะเลือกข้างที่อำนวยประโยชน์ให้กับประชาชนคนไทย

ตอบโจทย์พรรคก้าวไกลเดิมที่เคยหาเสียงเอาไว้

เสียงโหวตของพรรคประชาชนในครั้งนี้ แม้ดูเหมือนว่าโหวตเสร็จแล้วจะหมดภารกิจ

แต่ผลโหวตย่อมตามมาด้วยความรับผิดชอบ

ขณะที่วุฒิสภาที่สืบสายมาจาก สนช. ต้องรับผิดชอบต่อ คสช.

พรรคประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน

ผลโหวตของพรรคประชาชนจึงเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงไปพร้อมๆ กัน

นฤตย์ เสกธีระ