สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘เทกออฟ’ การเมือง ‘เจน’ โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

14.09.25 | 13:00 น.

เหตุจลาจลที่เนปาล การลอบสังหารนักเคลื่อนไหวการเมืองคนดังของอเมริกา “ชาร์ลี เคิร์ก”

ทำให้การเมืองที่ว่าด้วย “รุ่น” หรือ “เจน” คือเจน Y ที่เกิดระหว่างปี 2524-2543 และเจน Z ที่เกิดระหว่างปี 2544-2553 ถูกกล่าวขานถึงอีกครั้ง

ที่เนปาล อย่างที่ทราบ กลุ่มผู้ประท้วงประกาศตนชัดเจนเป็นกลุ่มคน “เจนซี (Gen Z)”

ใช้แฮชแท็กสองคำ “Nepo Baby” และ “Nepo Kids” อันหมายถึง “เด็กมีเส้น” หรือ “ลูกหลานเหล่าอภิสิทธิ์ชน” โยงสู่ข้อกล่าวหาการทุจริตในวงกว้างของนักการเมือง และรัฐบาล นำไปสู่การประท้วงใหญ่

และยิ่งเมื่อรัฐบาลเนปาล ปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เป็น “ชีวิตจิตใจ” คนรุ่นใหม่

Advertisement

ก็ยิ่งเหมือนสาดน้ำมันเข้ากองเพลิง

การชุมนุมกลายเป็นจลาจล แม้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ แต่บ้านเมืองก็เสียหายหนัก

สะท้อนถึงบทบาทและอิทธิพลของคนรุ่นใหม่และเจนใหม่สูงอย่างยิ่ง

ส่วนการลอบสังหาร “ชาร์ลี เคิร์ก” ที่สหรัฐอเมริกานั้น

ก็เชื่อมโยงถึงคนรุ่นใหม่-เจนใหม่เช่นกัน

“ชาร์ลี เคิร์ก” อายุเพียง 31 ปี แต่โด่งดังในฐานะนักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาที่ปลุกคนรุ่นใหม่ให้หนุนโดนัลด์ ทรัมป์ ให้คว้าชัยชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอย่างถล่มทลาย

เขาก่อตั้งกลุ่มนักศึกษาฝ่ายอนุรักษนิยม Turning Point USA มาตั้งแต่อายุ 18 ปี

กระตุ้นคนรุ่นใหม่สายอนุรักษนิยม ให้แสดงพลังของตนอย่างเร่าร้อนและยั่วยุ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง

แม้จะปิดฉากลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการถูกลอบสังหารก็ตาม

แต่ก็ได้สะท้อนว่า คนเจนใหม่หรือรุ่นใหม่ มิได้มีเฉพาะเหล่าเสรีนิยม หรือเอียงซ้ายเท่านั้น

หากแต่มีคนเจนใหม่-รุ่นใหม่ ที่เป็นอนุรักษนิยม และเอียงขวาด้วย

ที่สำคัญ คือกำลังเป็นแนวโน้มที่มาแรงไม่เฉพาะในอเมริกา หากแต่ทั้งโลก

ซึ่งตรงนี้น่าจับตามอง รวมถึงประเทศไทยของเราด้วย

เพราะอย่างที่มีการวิเคราะห์กันโดยกว้างขวางถึงบทบาทที่มีอิทธิพลมากขึ้นของ “พรรคประชาชน” ที่เต็มไปด้วยคนเจนวายและเจนซี

ซึ่งมีแนวคิดไปในทางเสรีนิยม และเอียงซ้าย

สร้างความหวั่นวิตกให้ปีกอนุรักษนิยม และกลุ่มฝ่ายขวาในสังคมไทย ว่าหากปล่อยให้พรรคประชาชนเติบโต อาจทำให้โครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจ สังคม “เดิม” สั่นสะเทือน

จึงมีการต่อต้าน บ่อนเซาะ ทำลาย คนรุ่นใหม่ของพรรคประชาชนมาต่อเนื่อง

ทั้งโดยคณะรัฐประหาร ที่เป็นสายอนุรักษ์เข้มข้น

หรือแม้แต่การหันไปร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย ที่ชูนายกฯ “เจนวาย” อย่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ขึ้นมาสู้

แม้จะสำเร็จระดับหนึ่ง แต่พรรคประชาชนก็ยังเติบโตต่อไป

ส่วนนายกฯ “เจนวาย” อย่าง น.ส.แพทองธาร หมดอายุ “ใช้งาน” ลงอย่างรวดเร็ว ถูกบังคับให้ “แลนดิ้ง” พร้อม ทักษิณ ชินวัตร

จึงจำเป็นที่ปีกอนุรักษนิยม และกลุ่มฝ่ายขวาในสังคมไทย จะต้องหาหนทางใหม่มาต่อสู้ คัดง้าง กับพรรคประชาชน

ซึ่งตอนนี้ ภารกิจได้ตกมาอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย ที่แม้มีแนวคิด “อนุรักษนิยม”

แต่ก็คงจะเป็นอนุรักษนิยมที่ แข็งทื่อ หรือเก่าโบราณ แบบต้องพึ่งนักการเมืองรุ่นเก่า หรือบ้านใหญ่ คงไม่เพียงพอ

จำเป็นต้องเร่งสร้าง “อนุรักษ์ เจนใหม่” อย่าง ไชยชนก ชิดชอบ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ฯลฯ ขึ้นมาเพื่อรับภารกิจนี้ หรือถ้ายังฝากผีฝากไข้ได้ไม่เต็มที่

ฝ่ายขวา หรืออนุรักษนิยมเข้มข้นของไทย อาจต้องเล็งหา คนเจนวาย เจนซี “ใหม่” ในท่วงทำนองอย่าง “ชาร์ลี เคิร์ก” (แต่ต้องไม่ถึงขวาตกขอบ) ขึ้นมา

จะปั้นขึ้นมาได้หรือไม่ ไม่ทราบ

แต่การเมืองที่เป็นการขับเคี่ยวในคนรุ่นใหม่ “เจนวาย เจนซี” กำลัง “เทกออฟ” หรือทะยานขึ้น อย่างเข้มข้น

เป็นทิศทางของการเมือง “เจน” ที่ต้องขับเคี่ยวกัน ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้?!?

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร