เพื่อไทย – ปรากฏการณ์ “สภาล่ม” ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่มีคนจากพรรคเพื่อไทยเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมาย และพรรคเพื่อไทยกับ (อดีต) รัฐบาลเพื่อไทย ก็เป็นหนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญที่พยายามผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ ร่วมกับตัวแทนจากพรรคการเมืองอื่นๆ แสดงให้เห็นถึงปัญหาหลายๆ ประการ ณ ห้วงเวลาปัจจุบัน ของพรรคเพื่อไทย ที่เคยเป็นพรรคการเมืองอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งมาหลายสมัย และเพิ่งทำหน้าที่เป็นแกนนำรัฐบาลมาสองปี
ปัญหาแรก คือ ปัญหาว่าด้วยเจตจำนงทางการเมือง และเจตจำนงในการผลักดันนโยบายสาธารณะ
เพื่อไทยไม่ควรอ้างประเด็นเรื่ององค์ประชุมเป็นหน้าที่ของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล รวมถึงพรรคประชาชน (ที่โหวตเลือกหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี)
ไม่ควรอ้างกระทั่งว่าสุดท้ายสภาก็ล่ม เพราะ ส.ส.ภูมิใจไทยบางคนที่อยู่ในสภา ไม่ร่วมลงมติโหวตกฎหมาย
ไม่ควรกระทั่งแก้เกี้ยว ด้วยการพยายามผลักดันญัตติด่วนเรื่องถนนถล่มใน กทม.แทรกเข้ามาพิจารณาก่อน เพราะผลลัพธ์ที่สภาผู้แทนราษฎรสามารถทำได้มากที่สุดก็คือการเสนอข้อคิดเห็นไปยังหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบแก้ปัญหา ในขณะที่หน่วยงานเหล่านั้นกำลังเร่งมือแก้ไขปัญหากันอยู่แล้ว
การทำคลอดกฎหมายอากาศสะอาดเป็นหน้าที่หลักลำดับต้นๆ ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะต้องผลักดันกฎหมายที่ตัวเองร่วมเสนอ กฎหมายที่เป็นนโยบายสำคัญของพรรค มีคนของพรรคเป็นหัวขบวนในการยกร่างกฎหมาย และจะเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ใช้หาเสียงได้ในอนาคต
พรรคเพื่อไทยต้องระดม ส.ส.มาเป็นองค์ประชุม และร่วมโหวตให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาได้อย่างสำเร็จลุล่วง
ไม่ใช่เหลือ ส.ส.เพื่อไทย อยู่ในสภาแค่หลักสิบคน คิดเป็น 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ จากจำนวน ส.ส.ทั้งหมดที่มีอยู่ร้อยกว่าคน
ปัญหาข้อที่สอง เกี่ยวพันกับคำถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองหรือเป็นอาการป่วยไข้ระลอกล่าสุดของเพื่อไทย?
ถ้าเป็นกลยุทธ์ก็นับว่าผิดพลาดผิดฝาผิดตัวเอามากๆ ดังได้กล่าวรายละเอียดไปแล้วในข้อแรก
และน่าจะส่งผลเสียหายต่อคะแนนนิยมของเพื่อไทยในพื้นที่หลายจังหวัดภาคเหนือ, กทม. รวมถึงเขตเมืองใหญ่ส่วนภูมิภาคด้วย
ถ้าเป็นอาการป่วยไข้ คำถามที่รอการวินิจฉัยโรคก็มีอยู่ว่า ตกลงตอนนี้แกนนำเพื่อไทยคุมเสียง ส.ส.ได้มากน้อยแค่ไหน?
หาก ส.ส. 30-40 คน ที่ร่วมโหวตร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ก่อนสภาล่ม คือกลุ่มคนที่ยังภักดีต่อพรรค ยังปักหลักจะสู้กับพรรคต่อ ไม่ยอมหนีไปไหน
แล้ว ส.ส.อีกร่วมร้อยคนที่หายไปจากสภาล่ะ?
แท้จริงแล้วพวกเขายังอยู่ในสภา แต่หลบในห้องประชุมคณะกรรมาธิการต่างๆ และพยายามผลักภาระในการโหวตกฎหมายให้ฝ่ายรัฐบาลและพรรคประชาชน
หรือพวกเขาหายตัวไปจากสภา พร้อมกับใจที่ไม่อยู่กับพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้ว
เหตุ “สภาล่ม” ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด
ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงปัญหาของรัฐบาลภูมิใจไทยหรือพรรคประชาชน มากเท่ากับการเผยให้เห็น “บาดแผลเหวอะหวะ” ของพรรคเพื่อไทย
ปราปต์ บุนปาน

