การแถลงนโยบายรัฐบาลถือเป็นเรื่องปกติของรัฐบาลใหม่ที่จะเข้าบริหารประเทศ
เมื่อรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ปิดฉาก รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นมาแทนที่ การแถลงนโยบายก่อนปฏิบัติงานจึงเป็นเรื่องปกติ
หากแต่สิ่งที่ไม่เป็นปกติเพราะการขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ และการเป็นรัฐบาลครั้งนี้มีความพิเศษ
หนึ่ง เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ห้ามเพิ่มเสียง แม้จะมีเสียงอื่นๆ พร้อมสนับสนุนมาก แต่ก็ถือว่ามีความไม่แน่นอนสูง
สอง รัฐบาลชุดนี้เกิดขึ้นเพราะเสียงจากพรรคประชาชน ซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้านยกมือสนับสนุน ดังนั้น บทบาทของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน และพรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้านที่ยกมือสนับสนุนนายกฯ จึงเป็นที่จับตามอง
ยิ่งก่อนที่มีการทูลเกล้าฯรายชื่อรัฐมนตรี มี ส.ส.ของพรรคประชาชนออกมาตั้งคำถาม และประกาศเอาไว้ว่า มีรัฐมนตรีบางคนถูกคำสั่งของ ป.ป.ช. แต่ยังมีความพยายามนำเสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรี
หากมีชื่อปรากฏในภายหลังว่าเป็นรัฐมนตรี จะนำเรื่องดังกล่าวมาอภิปรายในสภา
การแถลงนโยบายรัฐบาลครั้งนี้จึงสอดแทรกเอาเรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรีหลายคนเข้ามาด้วย
สาม รัฐบาลนายอนุทิน กับรัฐบาลแพทองธาร มีความขัดแย้งกันมาระยะหนึ่ง
นายอนุทิน เดิมนำทัพร่วมรัฐบาลแพทองธาร แต่เมื่อมีการทวงเก้าอี้รัฐมนตรีมหาดไทย จึงประกาศถอนยวง
นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยก็ไม่สู้ดีนัก
ทั้งเรื่องที่ดินเขากระโดง เรื่องเลือกฮั้ว ส.ว. ที่รัฐบาลแพทองธารเอาจริงเอาจัง ทำให้พรรคภูมิใจไทยรู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้ง
และเมื่อ น.ส.แพทองธารถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ มีผลให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยสะดุด กระทั่งมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจมาสู่พรรคภูมิใจไทย
พอจะเดาได้ว่า อุณหภูมิในการอภิปรายการแถลงนโยบายรัฐบาลคงจะระอุไม่น้อย
และดูจากสโลแกนของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศจะถลก “4 เดือนยุบ 4 หายนะ” ด้วยแล้ว เชื่อว่าการอภิปรายคงจะใส่กันเต็มๆ
และสี่ รัฐบาลชุดนี้ทำเอ็มโอเอกับพรรคประชาชน จะอยู่เพียง 4 เดือนแล้วยุบสภา และระหว่างนั้นได้ให้สัญญาเรื่องการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ขณะที่ประเทศไทยตกอยู่ในวิกฤตทุกด้าน นอกจากการเมืองที่ไม่แข็งแรงแล้ว เศรษฐกิจก็อ่อนแอ ความมั่นคงก็ล่อแหลม ภูมิคุ้มกันของสังคมก็ไม่สู้ดีนัก จึงทำให้ยาเสพติดเกลื่อน อาวุธปืนเต็มเมือง คดีอาชญากรรมเกิดขึ้นทุกวัน
การแถลงนโยบายรัฐบาลครั้งนี้ คงได้ฟังทั้งนายกฯอนุทิน และรัฐมนตรีได้ทยอยกันขึ้นมาบอกวิธีการประคับประคองสถานการณ์ หรือการแก้ไขวิกฤตต่างๆ ภายในระยะเวลา 4 เดือน บริหาร 4 เดือนรักษาการ
ฝ่ายรัฐบาลเขียนนโยบายที่จะปฏิบัติ 5 ข้อ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยพิบัติ และด้านบริหารภาครัฐ และปฏิรูปกฎหมาย
หลายนโยบายแม้การแถลงนโยบายของรัฐบาลจะยังไม่เริ่มต้น แต่ดูเหมือนว่าโครงการต่างๆ ได้กลายเป็นข่าวกันมาบ้างแล้ว
หลายนโยบายได้รับการขานรับ แต่ยังมีอีกหลายนโยบายที่คนอยากให้เกิดขึ้น
ดังนั้น การแถลงนโยบายรัฐบาลที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 กันยายน จึงน่าฟังเป็นพิเศษ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนไทยจะได้ติดตาม
เชื่อว่าการแถลงนโยบายที่เกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ฟัง
อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะทราบว่า 4 เดือนจากนี้ไป ประเทศไทยจะมีอะไรเกิดขึ้น
นฤตย์ เสกธีระ

