สถานีคิดเลขที่ 12 : สแกน(เวร)กรรม โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

26.10.25 | 13:50 น.

ปัญหาสแกมเมอร์ ที่แรกๆ ดูจะเป็นเกมรุกของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อรัฐบาลฮุน มาเนต

เพราะปัญหาสแกมเมอร์นี้ ทำให้หลายประเทศ และหลายเวทีนานาชาติ พากันรุม “สแกน” ภาวะเทาๆ ของกัมพูชาอย่างหนักหน่วง

ซึ่งไทยก็กระโดดเข้าร่วมกระแสนานาชาตินี้ได้อย่างถูกจังหวะทันท่วงที

น่าจะเป็นเรื่อง บวก-บวก ของรัฐบาลนายอนุทิน อย่างยิ่ง

แต่ก็เกิดภาวะพลิกผันขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

Advertisement

เพราะเมื่อเกิด สภาวะ “สแกน” ปัญหาสแกมเมอร์กันเอง ภายในประเทศ

จุดแข็งของรัฐบาลนายอนุทิน กลายเป็นจุดอ่อนขึ้นมาดื้อๆ

ต้องไม่ลืมว่า จุดแข็ง สำคัญที่ทำให้ รัฐบาลนายอนุทินโดดเด่น คือ รัฐมนตรีคนนอก และ การได้แรงหนุนจากกระแสชาตินิยม ที่โหมแรง

แต่เพียง 33 วัน ปัญหาสแกมเมอร์ ทำให้ รัฐบาลนายอนุทิน ต้องสูญเสีย รัฐมนตรีคนนอก คือนายวรภัค ธันยาวงษ์ หลังเผชิญข้อกล่าวหาอาจพัวพันกลุ่มทุนสีเทา “สแกมเมอร์”

แม้ นายวรภัค จะยืนกราน ในความบริสุทธ์ของตนเองและภรรยา อย่างเต็มที่

แต่ ในทางการเมืองเมื่อกระแสแห่งความสงสัยโหมกระหน่ำก็ยากยิ่งจะหยุดยั้ง

ที่สุดเพื่อไม่ให้ลุกลามต่อเสถียรภาพรัฐบาลก็ต้องเสียสละลาออกจากตำแหน่งอย่างที่แลเห็น

ซึ่งก็ลดแรงกดดันลงได้ระดับหนึ่ง

แต่ จบหรือไม่ คนในรัฐบาลนายอนุทิน ย่อมรู้แก่ใจดี

เพราะ ทั้ง พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย รวมถึง “กระแสสังคม” ยังคง “สแกน” หา “ไอ้โม่ง” ที่เชื่อมโยงกับเหล่าสแกมเมอร์ อย่างไม่หยุดยั้ง

และการ “สแกน” หา นี้เอง ทำให้ รัฐมนตรี บางคนอยู่ไม่เป็นสุข เพราะถูกพาดพิงถึงมากขึ้นๆ ทุกที

จนนี่ อาจกลายเป็นประเด็นร้อน ที่อาจจะนำไปสู่ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีและรัฐบาล ที่มีน้ำหนัก

ซึ่งกับภาวะ รัฐบาลเสียงข้างน้อย เช่นนี้ “อุบัติเหตุทางการเมือง” เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

แม้นายอนุทิน จะยังกุม “ไพ่” ยุบสภา เพื่อสกัดการซักฟอกเอาไว้ได้ก็ตาม

แต่กระนั้น “ประเด็นอื้อฉาว” ก็จะกลายเป็นดั่งมีดที่ถูกปักหลังรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย และพรรคร่วมรัฐบาล เอาไว้

ซึ่งนั่นจะกลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมา “ขยี้” ในเวทีการหาเสียงเลือกตั้งแน่นอน

ไม่ใช่เรื่องสนุกของนายอนุทิน พรรคภูมิใจไทย รวมถึงพรรคพันธมิตร แต่อย่างใด

เพราะไม่รู้ว่า เมื่อมีการ “สแกน” เข้าไปมากๆ และลึกๆ มากกว่านี้ จะเป็นการ “สแกนกรรม” ที่เจอข้อมูลฉาวๆ มากกว่านี้อีกหรือไม่

ที่คาดหวังว่า จะขี่กระแส “ชาตินิยม” กรณีกัมพูชา เพื่อ กุมหัวใจของชาวบ้านอาจจะไม่เป็นไปตามที่หวัง

เพราะ ตอนนี้ เหล่าคนที่รักชาติ อาทิ “กัน จอมพลัง” ที่นายอนุทิน เคยชื่นชมและปกป้อง ก็ถูกสแกนอย่างหนักหน่วง ในเรื่องเงินบริจาค และเรื่องมูลนิธิ ที่เชื่อมโยงไปสู่ ฝ่ายการเมือง และรัฐมนตรี ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจเทา-เทา

“ชาตินิยม” เซ็งลี้ เช่นนี้ ทำให้ คนที่คาดหวังจะชูธงชาตินิยมเพื่อหาเสียง ต้องลดระดับความดังลงหลาย “เดซิเบล”

จะอึกทึกครึกโครม ดังเสียงลำโพงที่ชายแดนไม่ได้แล้ว

นี่ถือเป็นความพลิกผันของสถานการณ์การเมืองที่อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้

ที่คาดหวังถึงสิ่งที่เป็น “จุดแข็ง” ก็อาจจะกลายเป็น “จุดอ่อน” ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

อย่างที่ว่า ในภาวะเทา-เทา เมื่อ สแกนเข้าไปละเอียด อาจแลเห็นสิ่งฉาวๆ ที่ซุกซ่อนเอาไว้อย่างคาดไม่ถึง

กลายเป็น สแกนเจอ(เวร)กรรม เสียอย่างนั้น

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร