ประกาศสำนักพระราชวังเรื่อง “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต” เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ซึ่งเผยแพร่ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 25 ตุลาคม ไม่เพียงแต่นำ “ความโศกเศร้า” ครั้งใหญ่มาสู่สังคมไทย
หากยังถือเป็น “ความสูญเสีย” ครั้งสำคัญ อย่างมิอาจปฏิเสธได้
กล่าวเฉพาะในแง่มุม “สังคมการเมืองไทย” หมายความว่าประเทศเราได้สูญเสีย “ผู้นำ” ที่ผ่านประสบการณ์ยาวนาน ผ่านรอยต่อของหลากหลายยุคสมัย ไปอีกหนึ่งพระองค์
พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นประจักษ์พยาน ผู้ทอดพระเนตรเห็นสังคมไทยจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่สภาวะหลังสงคราม จากยุคสงครามเย็นระหว่างโลกเสรีนิยมกับโลกสังคมนิยม สู่สภาวะที่ประเทศไทยพุ่งทะยานทางเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษ 2520-2530
จากยุคปฏิรูปการเมืองด้วยรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน สู่ยุคสมัยที่ฝักฝ่ายต่างๆ พยายามจะจัดสรรดุลอำนาจกันใหม่ ซึ่งดำเนินมาร่วมๆ สองทศวรรษ
สังคมไทยได้สูญเสีย “ผู้นำ” ที่ทรงมีประสบการณ์สำคัญอย่างยิ่งยวดในกระบวนการรื้อฟื้น-ประคับประคองสถาบันพระมหากษัตริย์ ณ ห้วงเวลาอันท้าทายหลายยุคสมัย
เช่น ในทศวรรษ 2490 หลังสงครามโลกยุติลง หรือในยุคสงครามเย็น นับแต่ทศวรรษ 2500 เป็นต้นมา ตลอดจนในบริบทการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองใหญ่ๆ ครึ่งหลังทศวรรษ 2510 หรือกลางทศวรรษ 2530
อันค่อยๆ ส่งผลให้สถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชนคนไทยผสมกลมกลืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างไม่อาจแยกขาด
ในแง่นี้ การเสด็จสวรรคตของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงนับเป็นการสูญเสียประสบการณ์จาก “อดีต” ครั้งสำคัญอีกหนหนึ่ง
ในเชิงศิลปวัฒนธรรม เป็นที่ตระหนักและประจักษ์กันดีว่า พระราชกรณียกิจสำคัญประการหนึ่งของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก็คือการทรงงานในนามมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อสนับสนุน “ผ้าไทย” ให้กลายเป็นผลงานศิลปะและ/หรือสินค้าทางวัฒนธรรมที่มีมูลค่าสูง และสามารถปรับประยุกต์เข้ากับวัฒนธรรม-แฟชั่นการแต่งกายร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
นี่สะท้อนถึงพระราชนิยมที่ทันสมัย ซึ่งส่งอิทธิพลวงกว้างออกไปยังวัฒนธรรมการแต่งกายของสามัญชนหลากหลายกลุ่ม รวมถึงเป็นการส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชนบท
การเสด็จสวรรคตของพระบรมราชชนนีพันปีหลวงจึงถือเป็นการสูญเสีย “รากฐานหลัก” ที่ยึดโยงคุณค่าทางวัฒนธรรม-เศรษฐกิจเหล่านี้เข้าไว้ด้วยกัน อย่างไม่อาจหาผู้ใดมาทดแทนได้
นั่นย่อมหมายความว่า ภายหลังวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เป็นต้นมา สังคมไทยได้สูญเสีย “ประสบการณ์-อดีต-รากฐาน” อันทรงคุณค่ามหาศาลไป อย่างไม่มีวันหวนกลับ

