รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบายวันที่ 29-30 กันยายน และเริ่มทำงานทันที 1 ตุลาคม มีกำหนดยุบสภาภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 รัฐบาลนายอนุทิน ก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาลด้วยเงื่อนไขของพรรคประชาชน 5 ข้อ หลักๆ คือ ยุบสภาภายใน 4 เดือน ไม่เพิ่มจำนวน ส.ส.มากกว่าในวันตั้งรัฐบาล จัดทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลนายอนุทินได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา 5 ด้านหลัก ประกอบด้วย เศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม สิ่งแวดล้อม และบริหารภาครัฐ
ขยายความคือ ด้านเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี ความมั่นคง คือ แก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านสังคม ปราบปรามสแกมเมอร์ ไม่เอาการพนัน ปราบปรามยาเสพติด สิ่งแวดล้อม คือ แก้ปัญหาภัยพิบัติ และบริหารภาครัฐ คือ ผลักดันให้เป็นรัฐบาลสมัยใหม่
ผ่านไป 1 เดือน ความโดดเด่นของรัฐบาลชุดนี้ คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
โครงการคนละครึ่งพลัส ที่ยอดการใช้พุ่งขึ้นระดับหมื่นล้านบาทเพียง 5 วันหลังจากเริ่มต้นใช้จ่าย
และในสัปดาห์นี้รัฐบาลกำลังเดินหน้าการแก้ไขหนี้ให้แก่คนที่มีหนี้เสียไม่เกิน 1 แสนบาท และเอสเอ็มอี ซึ่งต้องรอดูความสำเร็จ
เช่นเดียวกับ มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว ในโครงการ เที่ยวดีมีคืน ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 15 ธันวาคม เที่ยวเมืองรองได้ลดหย่อนภาษี 1-1.5 เปอร์เซ็นต์ ที่ต้องรอฟังเสียงสะท้อน
แล้วยังต้องเฝ้าระวังผลกระทบอันเกิดจากการลงนามใน เอ็มโอยูทางการค้ากับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งบรรดาสมาคมต่างๆ กำลังทำการบ้านกันอยู่
นโยบายอีกด้านที่ถือว่าโดดเด่น คือ การแก้ไขปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา
ไฮไลต์อยู่ที่การลงนามระหว่างนายอนุทิน ฝ่ายไทย กับ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีผู้นำสหรัฐ และผู้นำมาเลเซีย ลงนามเป็นสักขีพยาน
ข้อตกลง 5 ข้อ ที่ได้ลงนาม ประเทศไทยเรียกว่า ถ้อยแถลง ที่ตกลงจะ 1.หยุดยิง 2.ถอนอาวุธหนักจากชายแดน 3.ร่วมกัน เก็บกู้ทุ่นระเบิด 4.ร่วมกันป้องกันและปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ และ 5.ยอมรับกลไกผู้สังเกตการณ์อาเซียน
ดูเหมือนคราวนี้ฝ่ายกัมพูชาจะกระตือรือร้นในการปฏิบัติ และแสดงต่อโลกทันที ท่ามกลางความหวาดระแวงของหลายฝ่ายว่าเป็นของจริงหรือของปลอม
กระทั่งกลไกทวิภาคีได้พูดคุยกันอีกครั้ง และเริ่มแอ๊กชั่นแพลน กลายเป็นสัญญาณดีที่จะไม่รบ
อย่างไรก็ตาม ข่าวคราวการป้องกันและปราบปรามแก๊ง สแกมเมอร์ และการเก็บกู้ทุ่นระเบิดยังคงไร้ความเคลื่อนไหว ซึ่งคงต้องติดตามต่อไป
สำหรับในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปกับความมั่นคง ต้องถือว่า การเดินทางไปร่วมประชุมเอเปคของนายอนุทินที่ประเทศเกาหลีใต้ ได้รับการกล่าวขาน
แม้การลงนามถ้อยแถลงที่มาเลเซียตามข้อเสนอแนะของอเมริกา อาจทำให้ฟากฝั่งจีนไม่สบายใจ
แต่ดูเหมือนการพบปะระหว่างนายอนุทินกับ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่เกาหลีใต้ก็ชื่นมื่นไม่น้อย
การตอกย้ำเรื่องการเชื่อมโยงระบบราง จีน-ลาว-ไทย เพื่อให้ระบบขนส่งเชื่อมต่อจากจีนถึงมลายูสะดวกต่อการค้า การท่องเที่ยว และอื่นๆ
น่าจะตอบโจทย์แนวทางการพัฒนาของจีน
การตอกย้ำดังกล่าวสอดคล้องกับเนื้อความที่นายอนุทินกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจโอเปค โดยโชว์จุดแข็งของไทย 3 ด้าน
1 ใน 3 ด้านคือส่งเสริมความเชื่อมโยงระดับภูมิภาค
ณ เวลานี้รัฐบาลนายอนุทินได้บริหารงานมา 1 เดือนแล้ว
ยังเหลือเวลาอีกไม่เกิน 3 เดือนก็จะยุบสภา
แม้จะมีกระแสข่าวเกี่ยวกับความเชื่อมั่นในการยุบสภาอยู่เรื่อยๆ แต่นายอนุทินก็ยืนยัน
วันที่ 31 มกราคม 2569 ยุบสภาแน่
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

