สถานีคิดเลขที่ 12 : โจทย์ขยายอายุเกษียณ

7.11.25 | 13:09 น.

แนวคิดการ “ขยายอายุเกษียณราชการ” จาก 60 ปี เป็น 65 ปี ที่รัฐบาลนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล หยิบยกนำมาปัดฝุ่นอีกครั้ง ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร

จำได้ว่าในช่วงปี 2559 สำนักคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เคยทำการศึกษาร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)

โจทย์ในตอนนั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะงบประมาณกลาง ที่รัฐบาลต้องนำมาจ่ายเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ของข้าราชการที่เกษียณอายุสูงถึง 1.3 แสนกว่าล้านบาท

คนไทยมีอายุยืนขึ้นถ้าคนที่อายุเกิน 60 ปี ยังมีกำลังในการทำงาน หากให้เกษียณอายุราชการไปเท่ากับสูญเสียทรัพยากร ทำให้รัฐบาลต้องจ่ายทั้งบำเหน็จบำนาญ และจ่ายในการจ้างคนใหม่มาทดแทน

ในช่วงปี’64 สำนักงาน ก.พ. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักจัดทำแผนปฏิรูปเทศด้านสังคม ได้กำหนดแนวทางขยายอายุเกษียณราชการจาก 60 ปี เป็น 63 ปี

Advertisement

แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ระบบการคลังและงบประมาณของรัฐจึงต้องเสนอที่ประชุม ครม.สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชะลอออกไปก่อน

สรุปจากที่ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงมีความชัดเจนว่า 1.การผลักดันขยายอายุเกษียณราชการของรัฐบาลปัจจุบัน จะเป็นการขยายอายุเกษียณราชการพลเรือน ไม่ได้รวมข้าราชการทั้งหมด

2.กระบวนการยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาของสำนักงาน ก.พ. เรื่องนี้มีผลกระทบงบประมาณบำเหน็จ บำนาญ ผลกระทบคนที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการ ผลกระทบต่อคนที่จะเข้ามาเป็นข้าราชการใหม่

ส่วน “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ย้ำว่าแนวคิดการขยายอายุเกษียณราชการเป็น 65 ปี เพราะสังคมเปลี่ยนไป สุขภาพคนเปลี่ยนและคุณภาพชีวิตดีขึ้น อาจต้องปรับเพื่อไม่ให้เกิดการว่างงานมากขึ้น

หากพิจารณาในด้านผลกระทบอย่างที่รองนายกฯระบุ การจะผลักดันขยายอายุเกษียณราชการให้เกิดขึ้นได้จริงๆ ไม่ได้ใช่เรื่องง่าย

มีทั้งฝ่ายที่สนับสนุน และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ทำให้เริ่มมีคำถามว่าประชาชนทั่วไปจะได้อะไร หากนโยบายนี้จะครอบคลุมเพียงแค่ข้าราชการ 1 ล้านกว่าคนเท่านั้น ไม่ได้ขยายไปยังภาคเอกชน

ซึ่งจะไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาสังคมสูงวัยของไทยที่มีประชากรวัยแรงงานกว่า 38 ล้านคน

ฟังจากนักวิชาการบางส่วนยังมีความกังวลในข้อจำกัดทางด้านงบประมาณของภาครัฐ หากขยายอายุเกษียณราชการทุกคน

ด้วยปัจจุบันงบประมาณบุคลากรภาครัฐสูงราว 1 ใน 3 ของงบประมาณทั้งหมด ฉะนั้นจึงควรจำกัดเรื่องกำลังคนหรือไม่ คนที่เกษียณอายุก็อาจให้ออกไป คนใหม่ที่รับเข้ามาอาจจะมีอัตราที่น้อยลง

มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยทดแทนตามความเหมาะสม

ต้องติดตามว่าท้ายที่สุดแล้วนโยบายนี้จะไปถึงฝั่งฝันหรือไม่ เพราะต้องศึกษากันอย่างถี่ถ้วนในมิติต่างๆ โดยเฉพาะความพร้อมของประเทศไทย หากจะเดินตามรอยในกลุ่มประเทศพัฒนาที่ขยายอายุเกษียณออกไปแล้ว

สิ่งสำคัญต้องอยู่บนหลักการที่จะต้องไม่ได้ประโยชน์แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

สุพัด ทีปะลา