สถานีคิดเลขที่ 12 : ปรากฏการณ์ ‘บอล 7 คน’ โดย ปราปต์ บุนปาน

10.11.25 | 06:45 น.

บอล 7 คน – ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สังคมไทยพากันคลั่งไคล้กับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลนักเรียน 7 คน ซึ่งจัดโดยสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สี

เริ่มจากความตื่นเต้นและอินกับ “เทพนิยาย” ว่าด้วย “เหล่าอันเดอร์ด็อก” ภายใต้การดูแลของ “ยอดโค้ชคนธรรมดา” ที่ปรากฏผ่าน “ทีมโรงเรียนหมอนทองวิทยา” จากจังหวัดฉะเชิงเทรา กันในโลกออนไลน์

มาสู่การหลั่งไหลเข้าไปชมฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศ ระหว่าง “หมอนทองฯ” กับ “ทีมโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท” กระทั่งเกิดปรากฏการณ์ “สนามศุภชลาศัยแตก” เป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับที่มีผู้คนติดตามชมฟุตบอลแมตช์นี้ทางโลกออนไลน์ในปริมาณมากมายมหาศาล

ปรากฏการณ์ข้างต้นบอกอะไรกับเราบ้าง?

Advertisement

โดยส่วนตัว มีสองประเด็นใหญ่ๆ ที่อยากชวนให้คิดต่อกัน

เรื่องแรก ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์นี้ทำให้เห็นพลังจากต่างจังหวัด หรือพลังจากชายขอบ

แน่นอน หลายคนเพิ่งหันมาสนใจบอลนักเรียน 7 คน ช่อง 7 ที่จัดแข่งขันกันมานานแล้วเป็นครั้งแรก จาก “สตอรี่” ของโรงเรียนหมอนทองฯ “โค้ชสกล เกลี้ยงประเสริฐ” และนักเตะบางคนภายในทีม ที่ถูกสร้าง ถูกปั่น ถูกกระพือกันตามโซเชียลมีเดีย

จนพากันเอาใจช่วยโรงเรียนเล็กๆ จากจังหวัดใกล้ๆ กรุงเทพฯ ที่ไม่มีใครรู้จักและได้รับงบประมาณสนับสนุนไม่มากนัก ขณะที่นักฟุตบอลในทีมก็ถูกมองข้ามจากโรงเรียนใหญ่ๆ ใน กทม. ส่วนอาจารย์ผู้ดูแลทีมก็เป็นยอดโค้ชในระดับฟุตบอลนักเรียน ที่เหมือนจะผ่านจุดสูงสุดในชีวิตไปแล้ว

แต่ความสำเร็จของทีมแชมป์อย่างโรงเรียน อบจ.ชัยนาทก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

เพราะนี่คือการแสดงให้เห็นถึงวิถีการพัฒนาทีมฟุตนักเรียนอย่างเป็นระบบ ภายใต้โครงสร้างการบริหารงาน (ด้านการศึกษา) ขององค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งหลายคนมักดูแคลนหรือตั้งข้อสงสัย ว่าทำกันเป็นแต่ “โครงการทุจริต” ต่างๆ นานา

ทั้งสองทีมจึงเป็นตัวอย่างของพลังที่อยู่นอกเหนือจากอำนาจรัฐส่วนกลาง ซึ่งถูกมองข้ามไปนาน

แต่สุดท้าย กลับร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ที่ดึงดูดความสนใจจากคนทั้งประเทศได้ดีกว่ามหกรรมกีฬาใหญ่ๆ ที่จัดโดยภาครัฐ การลงสนามแข่งของทีมฟุตบอลทีมชาติ หรือการฟาดแข้งระหว่างสโมสรในไทยลีกเสียอีก

เรื่องที่สอง แน่นอน หมอนทองวิทยาและ อบจ.ชัยนาท ได้ร่วมกันสร้าง “พลัง” บางอย่างขึ้นมา

แต่คำถามมีอยู่ว่า สังคมไทยจะร่วมกัน “แปรพลัง” ดังกล่าวให้กลายเป็นอะไร?

ทำอย่างไรปรากฏการณ์ “บอล 7 คน” คราวนี้ จึงจะไม่ก่อผลลัพธ์แค่เพียงการดึงประเทศไทยให้ขยับจากการเป็น “รัฐเน้นพิธีการ” มาสู่การเป็น “สังคมคลั่งมหรสพ”?

“มหรสพ” ที่เกิดขึ้นแค่ชั่วครั้งคราว (อย่างมากก็ปีละหนและตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราก็แทบไม่เคยใส่ใจในมหรสพชนิดนี้สักเท่าไหร่)

“มหรสพ” ที่คนจัดต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสมวลชนอันทะลักล้น จนตัดสินใจละเมิดหลักการความเป็นมืออาชีพของตนเอง และละเว้นกฎเกณฑ์ที่จะดูแลความปลอดภัยให้แก่คนดู

“มหรสพ” ที่ดึงเอาคนอยากมีแสงหรือคนอยากกลบเกลื่อนความผิดบาปของตัวเอง ให้แห่แหนเข้ามาหาห้อยโหนเด็กๆนักฟุตบอล อย่างน่าขัน

ทำอย่างไรดอกผลที่โรงเรียนหมอนทองฯ และโรงเรียน อบจ.ชัยนาท ร่วมกันเพาะปลูกเอาไว้ จึงจะก่อให้เกิด “ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงและยั่งยืน”

อย่างน้อย ก็ต้องทำให้คนมีอำนาจและคนมีอันจะกินที่ส่วนกลาง ยอมรับและตระหนักถึงพลังอันซ่อนเร้นอยู่ตามชายขอบหรือนอกศูนย์กลางอำนาจอย่างจริงใจ (ไม่ใช่เกาะกระแสประเดี๋ยวประด๋าว) แล้วพร้อมจะกระจายทรัพยากรรัฐ (ที่กระจุกตัวเสมอมา) ไปสู่ผู้คนและพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของประเทศมากขึ้น

ปราปต์ บุนปาน