การเมืองยังต่อรองไปอย่างเข้มข้น ทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การยุบสภา และการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ขณะที่พรรคเพื่อไทย โดยนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แย้มประเด็นการจะยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
อาทิ แต่งตั้งโยกย้ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ปัดเป่าคดีพวกพ้อง บริหารจัดการน้ำล้มเหลว ใช้งบประมาณเพื่อ MotoGP แร่หายาก และอื่นๆ อีก
พร้อมย้ำว่า “ถ้าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ถึงขั้นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว”
นั่นเป็นปฏิกิริยาหลังจาก น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน มองว่ากระบวนการตรวจสอบรัฐบาลสามารถทำได้หลายทาง โดยไม่ต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ
แต่ก็มิได้ปิดทางในการจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะพรรคประชาชนถือว่า ถ้าเห็นว่ามีเรื่องร้ายแรง และเห็นว่าไม่สามารถให้พรรคภูมิใจไทยบริหารบ้านเมืองได้อีกต่อไปก็จะไม่ลังเลที่จะยื่น แม้จะเท่ากับว่า MOA จะสูญเปล่าก็ตาม
เพียงแต่ตอนนี้ในสายตาของ น.ส.ศิริกัญญา ยังไม่มีอะไรร้ายแรง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงการณ์ 8 ข้อ
หนึ่ง ยืนยันทำตาม MOA ที่ให้ไว้กับพรรคประชาชน
สอง ตอกย้ำ MOA ทั้งการยุบสภา แก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำประชามติ และพรรคประชาชนยังเป็นฝ่ายค้าน
สาม ยืนยันว่าจะทำภารกิจ แก้ไขรัฐธรรมนูญ และประชามติ ตามที่ให้สัญญาไว้แล้วจะยุบสภา
สี่ ระหว่างเป็นรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาประชาชน 4 เรื่อง ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความมั่นคง ปัญหาภัยธรรมชาติ และปัญหาภัยสังคม
ห้า เสนอแนวทางที่ไม่ต้องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ใช้วิธีพูดคุยตรวจสอบรัฐบาลได้โดยใช้ช่องทาง การประชุมหารือ
มีการตีความว่าเป็นข้อเสนอให้ใช้ มาตรา 152 แทน มาตรา 151 ตามรัฐธรรมนูญ
ข้อแตกต่างระหว่าง มาตรา 152 กับมาตรา 151 คือ ถ้ามาตรา 151 อภิปรายไม่ไว้วางใจต้องมีการโหวต แต่หากใช้มาตรา 152 เป็นเพียงแค่รับฟัง
ถ้ามีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอนุทินระบุว่า รัฐบาลต้องหาวิธีว่าจะดำเนินการอย่างไร
คาดเดาว่าหนึ่งในวิธีการดังกล่าวคือยุบสภาก่อนวันที่ 31 มกราคม 2569
การยุบสภาจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นกรรมาธิการต้องยุติลง
ข้อหก กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าอยู่นอกเหนือข้อตกลง
ข้อเจ็ด ระบุถึงความร่วมมือกับสภา โดยเฉพาะการไปชี้แจงคณะกรรมาธิการเรื่องขบวนการสแกมเมอร์ ที่นายรังสิมันต์ โรม กำลังตรวจสอบเข้ม
และข้อแปด ขอให้พรรคประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะทำตาม MOA
นี่เท่ากับเป็นสัญญาณจากหัวหน้ารัฐบาลที่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การยุบสภา ท่าทีต่อการยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ และข้อเสนอ
ส่วนแถลงการณ์ข้อที่แปดน่าจะส่งสารไปถึงพรรคประชาชนโดยเฉพาะ
อย่าลืมว่า เป้าหมายของพรรคประชาชนที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยคือต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และผลักดันการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ขณะนี้แม้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ในชั้นกรรมาธิการ แต่ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ และ ส.ส.ร.
ความเห็นต่างทำให้การประชุมคณะกรรมาธิการครั้งที่แล้วล่ม
ประชุมอีกครั้งวันที่ 12 พฤศจิกายน นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนมั่นใจว่าจะมีการโหวต
ผลการโหวตของคณะกรรมาธิการ รวมไปถึงการขอเปิดสภาวิสามัญเพื่อผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภายในสิ้นปีน่าจับตามอง
นี่คือปัจจัยสำคัญที่จะพิสูจน์สัญญา MOA
นฤตย์ เสกธีระ

