ดูเหมือนว่าการเมือง ณ เวลานี้ต้องฟัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เหตุที่ต้องฟังเพราะ นายอนุทินเป็นนายกฯ และอำนาจการยุบสภาอยู่ที่นายกฯ
ดังนั้น การเมืองไทยจะเริ่มต้นใหม่เร็วหรือช้า ต้องฟังนายอนุทิน
เดิมทีนายอนุทินประกาศในการแถลงนโยบายรัฐบาลว่า จะยุบสภาภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 แต่เมื่อมีข่าวเรื่องการจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายอนุทินเริ่มเปลี่ยนใจ
นายอนุทินมองว่า รัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายรัฐบาลก็แพ้
พร้อมกันนั้นนายอนุทินยังยืนยันว่า สำหรับเขาแล้วพร้อมจะยุบสภาตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันเริ่มแรกของการประชุมสภา
เท่ากับว่าการเลือกตั้งจะเริ่มเร็วหรือช้าต้องฟังนายอนุทิน
เพียงแต่ว่า การยุบสภาเร็วอาจจะกระทบต่อหลายอย่างที่กำลังไปได้สวย แม้นายอนุทินจะไม่เฉลยว่าคืออะไร แต่ผู้ติดตามการเมืองล้วนเดาออกว่าคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย
นอกจากนี้ นายอนุทินยังเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และพรรคภูมิใจไทยในห้วงเวลานี้ก็เนื้อหอมสุดๆ
ตอนเริ่มตั้งรัฐบาลก็มี ส.ส.ต่างพรรคร่วมแสดงความยินดี และส่งสัญญาณว่าจะไปอยู่กับภูมิใจไทย
ตอนนี้กระแสอยากไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยก็ยังแรง ล่าสุดคือความเคลื่อนไหวของนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่เพิ่งเข้าไปหา
ตอกย้ำได้ว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ได้
ขณะเดียวกัน หากหลายคนที่ได้ฟังนายอนุทินพูดในงานสัมมนาของ นสพ.ประชาชาติธุรกิจครั้งล่าสุด
เมื่อเข้าถึงขอบเขตการเมือง นายอนุทินบอกกันตรงๆ ว่าไม่ต้องฟังอะไรมาก เพราะไม่นานก็ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน
เนื้อความต่อมานี่น่าฟัง เพราะนายอนุทินชี้ให้เห็นว่าคุณสมบัติของรัฐบาลชุดหน้าควรเป็นเช่นไร
นายอนุทินบอกว่า ตัวเลือกในสนามการเมืองตอนนี้มีไม่เยอะ ขอให้ดูว่าพรรคไหนที่มีนโยบายการเมืองที่ดี และสามารถปฏิบัติได้ประสบความสำเร็จ
ต้องดูด้วยว่าพรรคการเมืองนั้นๆ มีความรู้มากพอที่จะปฏิบัติและมีความกล้าพอที่จะทำหรือไม่
ที่สำคัญต้องดูว่า พรรคนั้นๆ มีความเก่งและมีบารมีพอที่จะแสวงหาความร่วมมือหรือไม่
สำหรับนายอนุทินเชื่อว่าตัวเองมีทุกอย่างดังที่กล่าวมาพอสมควร
นายอนุทินเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายดี ที่จะไปโชว์ในสนามเลือกตั้ง และเห็นว่า ปีหน้าเป็นปีที่สำคัญ หากตัดสินใจถูกประเทศไทยจะก้าวกระโดดเร็วและรุนแรง เพราะตอนนี้ประเทศไทยกลับเข้ามาสู่เรดาร์ของโลกแล้ว
นายอนุทินบอกว่า ทุกประเทศให้ความสำคัญ และให้ความสนใจประเทศไทย เพราะจากการที่ได้เดินทางไปต่างประเทศไปพบปะผู้นำนักธุรกิจ นักลงทุน หลายประเทศ พบว่าแม้พวกเขาจะรู้ว่านายอนุทินเป็นนายกฯแค่ 4 เดือนก็ยังมีเวลาให้พบ ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่น
ประเด็นที่น่าสนใจในการปาฐกถาพิเศษของนายอนุทินในงานสัมมนาประชาชาติธุรกิจมีหลากหลาย แต่ประเด็นหนึ่งก็คือคุณสมบัติของรัฐบาลชุดต่อไป
คุณสมบัติดังกล่าวประกอบด้วย 1.มีนโยบายที่ดี 2.มีแนวทางการปฏิบัติที่เป็นไปได้ 3.ต้องมีความกล้าในการผลักดันนโยบาย 4.ต้องมีความรู้ความสามารถ และ 5.ต้องมีบารมีที่จะแสวงหาความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ มาทำงานให้นโยบายรัฐบาลบรรลุผลได้
คุณสมบัติดังกล่าวคือปัจจัยสำคัญที่จะตอบโจทย์ว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคเมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วจะตอบสนองความต้องการของประชาชนตามนโยบายที่นำเสนอได้มากน้อยแค่ไหน
สำหรับนายอนุทินมั่นใจว่าพรรคภูมิใจไทยทำได้ ส่วนประชาชนจะเชื่อแค่ไหนยังมีเวลาโน้มน้าวไปจนถึงวันเลือกตั้ง
ขณะที่พรรคการเมืองที่เหลือก็คงต้องทำการบ้านก่อนการเลือกตั้งหนัก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า พรรคของตัวเองก็มีคุณสมบัติครบถ้วนเพียงพอที่จะผลักดันนโยบายที่ทำให้ประเทศชาติมั่นคงประชาชนมั่งคั่งได้
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ประชาชนพิจารณาว่า พรรคการเมืองไหนที่เข้าไปบริหารประเทศแล้ว ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่หาเสียงไว้ได้จริงๆ
นฤตย์ เสกธีระ

