สถานีคิดเลขที่ 12 : ยุบสภาหลัง ‘น้ำลด’? โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

30.11.25 | 12:34 น.

ยุบสภา – พลิกผันรวดเร็วดั่งสายน้ำจริงๆ

พรรคภูมิใจไทย กำลัง “ภูมิใจ” กับปรากฏการณ์ สายน้ำ (การเมือง) นานาสาย ไหลบ่าเข้าพรรคอย่างต่อเนื่อง

นำไปสู่ ความคาดหมาย-คาดหวัง สูงยิ่งว่า นานาสายน้ำเหล่านี้ จะหนุนเนื่องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นำพาพรรค ขึ้น “ครองอำนาจ” ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นได้ไม่ยากเย็นนัก

แต่พลันที่มวลน้ำมหาศาลไหลบ่าเข้าท่วมหลายจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะที่ หาดใหญ่ จ.สงขลา

สถานการณ์ก็เปลี่ยนแปลงไป

Advertisement

มวลน้ำมิได้เป็นพลังหนุนเนื่อง

แต่กลายเป็น มวลพลังที่พัดพาเอา “ความคาดหวัง-คาดหมาย” ทางการเมือง ให้พังทลายลง อย่างไม่น่าเชื่อ

ไม่น่าเชื่อ ทั้งที่นายอนุทินตอบสนองสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ด้วยการบินลงพื้นที่อย่างฉับพลันทันใด

ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญของนายอนุทิน ที่สวมวิญญาณ “นักบิน” โผทะยานไปทั่วประเทศเพื่อตอบสนองนานาภารกิจโดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับงานการเมือง

อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติสิ่งอันคุ้นเคยและถนัด

ไม่เพียงพอสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่ภาคใต้

การผัดข้าวและเดินให้กำลังใจชาวบ้าน ไม่ “ลึกซึ้ง” เพียงพอกับวิกฤตน้ำท่วม ที่ “ลึก” และ “แรง”

จึงทำให้นายอนุทินและรัฐบาลถูกมองว่า เก่งเฉพาะงานอีเวนต์

เมื่อเผชิญสถานการณ์วิกฤต “จริง-จริง” ไม่สามารถตั้งรับและแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาวะสับสน อลหม่าน เกิดขึ้นไปทุกหย่อมหญ้า

นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ อย่างหนักและรุนแรง ถึงประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล

ซึ่งกระทบไปถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น อย่างหลีกเลี่ยงยาก

อย่างน้อยสิ่งที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ขุนพลที่กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ เคยมั่นใจอย่างสูงว่า 14 จังหวัดภาคใต้ 59 เขตเลือกตั้ง ที่พรรคภูมิใจไทยจะส่งผู้สมัครลงครบถ้วนนั้น จะทำยอดผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ไม่น้อยกว่า 30 คน สั่นสะเทือนแน่นอน

และอาจไม่ใช่เฉพาะที่ภาคใต้ แต่หากหมายถึงภาพโดยรวมของพรรคภูมิใจไทยทั่วประเทศด้วย

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นหลังมหาวิกฤตน้ำท่วมที่ภาคใต้ ได้สั่นคลอน ความเชื่อมั่น “พูดแล้วทำ” อย่างหนัก

ด้วยสิ่งที่ “ทำ” นั้น มีผลปฏิบัติ ไม่เป็นที่ประทับใจ

และยังก่อให้เกิดคำถามต่อนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย ว่าหากได้กลับมานำประเทศอีกครั้ง

ประเทศจะดีขึ้นจริงหรือ

และภาพด้านลบนี้ เมื่ออยู่ในบรรยากาศของการหาเสียงเลือกตั้ง ย่อมถูกพรรคการเมืองที่เป็นคู่แข่ง ขยายภาพด้านลบให้ลบหนักยิ่งขึ้น

แน่นอนรวมถึงอาจเป็นประเด็นสำคัญที่จะถูกนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยพรรคฝ่ายค้าน

แม้ว่า พรรคภูมิใจไทย จะมีไพ่สำคัญในมือ นั่นคือ อำนาจการยุบสภาของนายอนุทิน

ซึ่งที่ผ่านมา นายอนุทินก็ชูขึ้นขู่พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ว่าอาจจะมีการตัดสินใจในห้วงก่อนและหลัง 12 ธันวาคมเล็กน้อย

ทำให้พรรคฝ่ายค้านทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนก็ต้องเดินเกมการเมืองอย่างกล้าๆ กลัวๆ

อย่างไรก็ตาม หลังจากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ ที่น้ำพัดพาให้พรรคภูมิใจไทย “ไหลลง” ไปด้วยนั้น

ไพ่ยุบสภา ก็ไม่ได้เป็นไม้เด็ดของพรรคภูมิใจไทยอีกต่อไป

เพราะหากพรรคภูมิใจไทย ชิงยุบสภา ในภาวะที่เกิด “วิกฤตศรัทธา”

ย่อมทำให้ การเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ไม่ราบรื่น

ต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์ และขยายความบอบช้ำจากพรรคคู่แข่งอย่างหนักแน่

นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย จึงต้องคิดอย่างระมัดระวัง ถึงห้วงเวลาในการยุบสภา

หากกระทำในจังหวะที่ไม่เหมาะสม

สิ่งที่ได้เปรียบ ก็จะไม่ใช่อีกต่อไป

ความนิยมอาจวูบตามน้ำที่ลดก็ได้

นี่คือความพลิกผันทางการเมือง อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร