สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘ประชาชนพันลึก’ โดย ปราปต์ บุนปาน

1.12.25 | 06:50 น.

สถานการณ์อุทกภัยใหญ่ในภาคใต้ ไม่เพียงสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ แต่อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองได้อย่างมหาศาล

ฉากทัศน์-สมการการเมืองที่คาดเดากันไว้ก่อนหน้านี้ อาจไม่ได้ดำเนินไปในแนวโน้มลักษณะนั้นแบบเป๊ะๆ เสียแล้ว

พูดอีกอย่างได้ว่า การได้เป็นรัฐบาล การได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือ “ทุกขลาภ” ก้อนโต

ไม่มีใคร พรรคใด กลุ่มไหน ที่ได้มาเป็น แล้วได้รับเสียงชื่นชม ได้สร้างผลงานชิ้นโบแดง หรือได้กอบโกยคะแนนแต้มทางการเมือง แค่ด้านเดียว

แต่คนเป็นนายกฯ คณะบุคคลที่มาเป็นรัฐบาล กลับมี “งานยาก” ให้ต้องทำ ให้แก้ปัญหา เป็น “งานยาก” ที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอตอนวางแผนจัดตั้ง ครม.

Advertisement

ถ้าทำงานนี้ไม่ได้ แก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่ได้ ก็ต้องสังเวยคะแนนนิยมกันไป

รัฐบาลภูมิใจไทยนำโดย “อนุทิน ชาญวีรกูล” กำลังเผชิญกับทุกขลาภเช่นนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

เหตุพิบัติภัยที่ภาคใต้ ทำให้ประชาชนทั้งในพื้นที่ และประชาชนที่เป็น “เพื่อนร่วมชาติ” ของผู้ประสบภัย ต่างรู้สึกโกรธ หงุดหงิด ผิดหวัง หมดศรัทธากับรัฐบาล นักการเมืองในรัฐบาล ตลอดจนรัฐไทยโดยรวม

ยิ่งอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นใกล้การเลือกตั้งต้นปี 2569 นี่ก็ยิ่งเป็นเหตุปัจจัยที่มีนัยสำคัญในทางการเมือง

คะแนนของบางพรรค บางคน ที่คิดว่าจะได้มาง่ายๆ (ราวจับวาง) จากประชาชนในหลายๆ พื้นที่ ก็อาจไม่ได้ อาจพลิกผัน อาจสะวิงไปยังพรรคอื่น คนอื่น อย่างยากจะทวงคืนกลับมาในระยะเวลาอันสั้น

นี่คือกระบวนการสลับซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับ “ความพันลึก” ของ “อำนาจประชาชน” ไม่ต่างจากกลไก องคาพยพ ระบบอำนาจอัน “พันลึก” ของรัฐไทย

ถ้าอธิบายตามภาษาของ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” “อำนาจพันลึกของประชาชน” ณ ที่นี้ ก็คือ อำนาจของเจ้าของ “ใบอนุญาตที่ 1” ซึ่งแสดงเจตจำนงของพวกตนผ่านคูหาเลือกตั้ง ขณะที่ “ใบอนุญาตที่ 2” นั้น จะเป็นอำนาจที่พรรคการเมืองต้องไปแสวงหาเอาจาก “รัฐพันลึก” หรือ “ชนชั้นนำ” ในสังคม

จากสภาพการณ์ทางการเมืองก่อนหน้านี้ ทั้งช่วงที่เกิดวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา จนมาถึงการเผด็จศึกรัฐบาลเพื่อไทยและการก้าวขึ้นมานำประเทศของภูมิใจไทย

ดูเหมือน “ใบอนุญาตทั้งสองใบ” จะสามารถ “กลืนกลาย” เข้าหากัน โดยไม่มีจุดขัดแย้งแตกหัก

เมื่อประชาชนจำนวนมากไหลไปตามกระแส “ชาตินิยมเข้มข้น” ที่สอดคล้องกับจุดยืนอุดมการณ์ของรัฐ

เมื่อพรรคประชาชนซึ่งได้รับ “ใบอนุญาตที่ 1” จากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ยอมโหวตเลือกอนุทิน-ภูมิใจไทย ซึ่งถูกเข้าใจว่าได้ครอบครอง “ใบอนุญาตที่ 2” ให้เข้าไปทำหน้าที่รัฐบาลชั่วคราวเพื่อการเปลี่ยนผ่าน

หากเกมอำนาจทางการเมืองไทยยังดำเนินไปในจังหวะแบบนั้นอยู่เรื่อยๆ ก็มีแนวโน้มที่ “อำนาจจากใบอนุญาตที่ 1” จะยอมโอนอ่อนต่อ “อำนาจจากใบอนุญาตที่ 2” มากขึ้นตามลำดับ

หรือยินยอมให้อำนาจประเภทหลังเข้ามาปรับเปลี่ยนดัดแปลงเจตจำนงที่แสดงผ่านผลคะแนนเลือกตั้งได้บ้างตามสมควร

อย่างไรก็ดี สถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ ตลอดจนความไร้สามารถของรัฐบาลภูมิใจไทยและเครือข่ายอำนาจรัฐไทย อาจส่งผลทำให้ “ประชาชนพันลึก” ผู้เป็นเจ้าของ “ใบอนุญาตที่ 1” มีมุมมองต่อปัญหาของประเทศ อย่างแตกต่างย้อนแย้งจาก “ผู้ถือใบอนุญาตที่ 2” อีกหน

“ประชาชนพันลึก” จะทำให้ฉากทัศน์-สมการทางการเมืองไทย กลับไปคาดเดา ออกแบบ จัดวางได้ยากอีกครั้ง

กระทั่งต้องมีการปรับประสานต่อรองระหว่าง “เจ้าของใบอนุญาตทั้งสองใบ” อีกรอบ